Skip to content

ติดต่อฝ่ายขาย Line: @boviga,  Tel. 02-114-3656 Email: sales@boviga.com

ไอเดียการออกแบบแสงสว่างใน "ปั๊มน้ำมัน" | โคมไฟ LED Canopy Light รุ่น TYPE 2

April 21, 2026 3 min read

ไอเดียการออกแบบแสงสว่างใน "ปั๊มน้ำมัน" | โคมไฟ LED Canopy Light รุ่น TYPE 2

การออกแบบแสงสว่างในปั๊มน้ำมันไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่การให้ความสว่างเพื่อการมองเห็นเท่านั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสถานที่ ความปลอดภัยในการใช้งาน และความรู้สึกของผู้ใช้บริการในทุกช่วงเวลา แสงที่ดีจะช่วยสร้างความมั่นใจ ดึงดูดให้ผู้ใช้บริการเลือกเข้ามาใช้บริการ รวมถึงช่วยเสริมให้พื้นที่ดูสะอาด เป็นระเบียบ และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ในขณะที่การออกแบบแสงที่ไม่เหมาะสม แม้จะมีความสว่างเพียงพอ ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาทั้งในด้านการมองเห็น ความไม่สบายตา และภาพลักษณ์โดยรวมของสถานที่ได้

Boviga จะพาคุณทำความเข้าใจรายละเอียดสำคัญในการออกแบบแสงสว่างสำหรับปั๊มน้ำมัน พร้อมแนะนำแนวทางการเลือกโคมไฟที่เหมาะสมกับการใช้งาน


1 )  ภาพรวมปัญหาแสงสว่างในปั๊มน้ำมัน

แม้ว่าปั๊มน้ำมันบางแห่งจะมีการติดตั้งโคมไฟโดยมุ่งเน้นจำนวนเป็นหลัก ด้วยความเชื่อที่ว่าการเพิ่มจำนวนโคมไฟจะช่วยให้พื้นที่มีความสว่างเพียงพอ แต่ในความเป็นจริงยังคงพบปัญหาด้านคุณภาพของแสงอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการกระจายแสงที่ไม่สม่ำเสมอ การเกิดแสงแยงตา หรือการเลือกใช้โคมไฟที่ไม่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพการมองเห็น ความปลอดภัย และภาพลักษณ์โดยรวมของปั๊มน้ำมัน

รวมปัญหาแสงสว่างในปั๊มน้ำมัน ได้แก่ แสงสว่างไม่สม่ำเสมอ การเลือกมุมกระจายแสงไม่เหมาะสม แสงแยงตา ใช้โคมไฟจำนวนมาก แต่ประสิทธิภาพต่ำ อุณหภูมิสีไม่เหมาะสม เลือกโคมไฟที่ไม่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม

ปัญหาที่พบบ่อยในการออกแบบแสงสว่างในปั๊มน้ำมัน

  • แสงสว่างไม่สม่ำเสมอ (Poor Uniformity) | พื้นมีความสว่างไม่เท่ากัน เกิดเป็นจุดสว่างและจุดมืด
  • เลือกมุมกระจายแสงไม่เหมาะสม (Improper Beam Angle) | มุมแสงแคบหรือกว้างเกินไป ทำให้แสงกระจุกตัวหรือกระจายไม่ทั่ว
  • แสงแยงตา (Glare) | ตำแหน่งติดตั้งหรือมุมแสงไม่เหมาะสม รวมถึงการใช้โคมไฟที่ไม่มีอุปกรณ์ช่วยลดแสงแยงตา เช่น เลนส์กระจายแสงหรือกระจกฝ้า อาจทำให้เกิดแสงแยงตาต่อผู้ใช้งาน
  • ใช้โคมไฟจำนวนมาก แต่ประสิทธิภาพต่ำ | เน้นจำนวนโคมไฟมากกว่าคุณภาพ ทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน แต่ยังไม่ได้แสงที่มีคุณภาพ
  • อุณหภูมิสีไม่เหมาะสม (Inconsistent CCT) | ใช้โทนแสงไม่เหมาะกับพื้นที่ โดยการเลือกใช้แสงโทนอุ่น เช่น สีส้มหรือสีเหลือง อาจทำให้ความสว่างดูลดลง เนื่องจากสายตามนุษย์รับรู้ความสว่างของแสงโทนขาวได้ดีกว่า และแสงโทนอุ่นมีค่า contrast ต่ำกว่า ทำให้การมองเห็นรายละเอียดไม่ชัดเจน ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความชัดและความปลอดภัย และอาจทำให้บรรยากาศดูเปลี่ยว ไม่ปลอดภัย
  • เลือกโคมไฟที่ไม่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม | เลือกโคมไฟที่ไม่กันน้ำหรือกันฝุ่นในระดับที่เหมาะสม ไม่ทนต่อสารเคมีหรือไอระเหยจากน้ำมัน อาจทำให้อายุการใช้งานสั้นลง

 

2 )  หลักการออกแบบแสงสว่างในปั๊มน้ำมัน

การออกแบบแสงสว่างสำหรับปั๊มน้ำมันให้มีประสิทธิภาพ ไม่ได้พิจารณาแค่ความสว่างของพื้นที่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องทำความเข้าใจในพารามิเตอร์ต่างๆ ของแสง การวิเคราะห์ลักษณะการใช้งานของแต่ละพื้นที่ รวมถึงการหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่อาจส่งผลต่อคุณภาพของแสง

2.1 )  ค่ามาตรฐานสำหรับการออกแบบแสงสว่างในปั๊มน้ำมัน

การออกแบบแสงสว่างในปั๊มน้ำมันไม่ใช่เพียงแค่ทำให้พื้นที่สว่าง แต่ต้องอาศัยการกำหนดค่าทางแสงที่เหมาะสมควบคู่กับมาตรฐาน เพื่อให้รองรับทั้งการมองเห็น ความปลอดภัย และการใช้งานจริงในพื้นที่ลานเติมน้ำมัน โดยอ้างอิงแนวทางการออกแบบแสงสว่างสำหรับพื้นที่กึ่งภายนอก (Outdoor / Canopy Lighting) ตามมาตรฐานสากล เช่น IES และ EN 12464-2

  • Lux  |  ค่าความสว่าง : ค่าความสว่างของแสงที่ตกกระทบพื้นผิว ซึ่งเป็นความสว่างของพื้นที่ที่ตาเราเห็นได้จริง
    >>>   แนะนำ: ≥ 300 Lux (ลานเติมน้ำมัน)
    >>>   "ค่า Lux สูง = สว่างมาก"
  • Uniformity  |  ความสม่ำเสมอของแสง : ความสม่ำเสมอของแสงในพื้นที่ ช่วยลดจุดมืดและทำให้แสงดูสว่างต่อเนื่องเท่ากัน
    >>>   แนะนำ: ≥ 0.4
    >>>   "สม่ำเสมอสูง = แสงเรียบ ไม่เป็นหย่อม"
  • Glare  |  แสงแยงตา : แสงแยงตาที่รบกวนการมองเห็น ทำให้ไม่สบายตาและมองเห็นได้ยากขึ้น
    >>>   แนะนำ: ≤ 50 (สำหรับพื้นที่ทั่วไปกลางแจ้ง)
    >>>   "Glare สูง = แสบตา"
  • Beam Angle  |  มุมกระจายแสง : มุมกระจายแสงที่กำหนดว่าแสงจะกระจุกตัวหรือกระจายครอบคลุมพื้นที่มากน้อยแค่ไหน
    >>>   "มุมแคบ = ส่องบางจุด / มุมกว้าง = แสงกระจาย"
  • CCT  |  โทนสีของแสง : อุณหภูมิสีของแสงที่กำหนดโทนของแสง เช่น ขาว เหลือง หรืออมฟ้า
    >>>   แนะนำ: 4000K – 5000K (ให้ความสมดุลระหว่างความชัดในการมองเห็นและความสบายตา)
    >>>   "ค่า K ต่ำ = แสงเหลือง / ค่า K สูง = แสงขาวอมฟ้า"
  • IP Rating  |  การกันน้ำ/ฝุ่น : ระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำของโคมไฟ ซึ่งมีผลต่อความทนทานในการใช้งาน
    >>>   แนะนำ: ≥ IP65
    >>>   "IP สูง = กันน้ำ/ฝุ่นได้ดีกว่า"

2.2 )  การวิเคราะห์พื้นที่ใช้งานและพฤติกรรมผู้ใช้งานในปั๊มน้ำมัน

ในลานเติมน้ำมันจะมีทั้งผู้ขับรถที่ต้องการมาเติมน้ำมัน และพนักงานที่ทำงานตลอดเวลาในพื้นที่ ดังนั้นถ้าได้ทำการวิเคราะห์และทำความเข้าใจว่าพื้นที่นี้มีใครใช้งาน หรือมีกิจกรรมอะไรเกิดขึ้นบ้างในแต่ละช่วงเวลา ก็จะช่วยให้การออกแบบแสงสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

รูปอธิบายการวิเคราะห์พื้นที่ใช้งานและพฤติกรรมผู้ใช้งานในปั๊มน้ำมัน โดยมีพฤติกรรมของผู้ขับรถและพนักงานเติมน้ำมัน

🚗   ผู้ขับรถ   🚗

แสงควรช่วยให้มองเห็นพื้นที่โดยรอบได้ชัดเจน ทั้งช่องจอด หัวจ่าย และเส้นทางเข้า-ออก โดยไม่เกิดแสงแยงตา เพื่อให้สามารถขับและตัดสินใจได้อย่างปลอดภัย

เน้น: มองเห็นชัด + ไม่แยงตา + ปลอดภัย

⛽   พนักงานเติมน้ำมัน   ⛽

แสงควรมีความสม่ำเสมอและเพียงพอสำหรับการมองเห็นรายละเอียด เช่น ช่องเติมน้ำมันหรือมิเตอร์ และไม่ทำให้ล้าสายตา เพื่อให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

เน้น: แสงสม่ำเสมอ + เห็นรายละเอียด + ไม่ล้าสายตา

 

3 )  แนะนำโคมไฟปั๊มน้ำมัน LED Canopy Light รุ่น TYPE 2 แบรนด์ LIGHT POWER

TYPE 2 | LED CANOPY LIGHT

ขนาดกำลังไฟ | 60W, 100W, 150W
การใช้งาน | ปั๊มน้ำมัน, ลานจอดรถ, ใต้ชายคาอาคาร, ทางเดิน, พื้นที่โหลดสินค้า, โกดัง, สถานีขนส่ง, จุดรับส่ง

  • ให้ประสิทธิภาพแสงสูงถึง 170 lm/W ประหยัดพลังงานเมื่อเทียบกับความสว่างที่ได้
  • ปรับกำลังไฟได้ 3 ระดับ ที่ 100%/75%/50%
  • แสงนิ่งสบายตาแบบ Flicker Free ลดอาการล้าทางสายตา
  • มาตรฐานการป้องกันระดับ IP65 และ IK08
  • ให้แสงนุ่มนวล ลดแสงจ้าด้วยกระจกฝ้าปิดหน้าโคม ช่วยเพิ่มความสบายตาในการใช้งาน
  • มีเลนส์ให้เลือกทั้งแบบกระจายแสงสมมาตรและอสมมาตร เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะพื้นที่
  • รองรับการติดตั้งได้หลายรูปแบบ ทั้งแบบฝังฝ้า ติดลอย ห้อยแขวน และติดตั้งด้วยขายึด
โคมไฟปั๊มน้ำมัน LED Canopy Light Type 2 แบรนด์ Light Power รองรับการติดตั้งหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบฝังฝ้า ติดลอย ห้อยแขวน และติดตั้งด้วยขายึด

4 )  ตัวอย่างการออกแบบแสงสว่างของปั๊มน้ำมัน

ในตัวอย่างนี้ได้ออกแบบให้ปั๊มน้ำมันมีลานเติมน้ำมันจำนวน 2 ชุดหัวจ่าย (หรือ 2 แถวหัวจ่าย) โดยพื้นที่ใต้หลังคามีขนาด (ก)16 × (ย)18 เมตร และความสูงจากพื้นถึงฝ้า (Canopy) อยู่ที่ประมาณ 6 เมตร ซึ่งเป็นขนาดที่พบได้ทั่วไปในสถานีบริการน้ำมัน


เลือกใช้โคมไฟ LED Canopy Light TYPE 2 แบรนด์ Light Power กำลังไฟ 100 W ติดตั้งที่ความสูง 6 เมตร โดยใช้ทั้งหมด 12 โคม จัดวางเป็น 4 แถว แถวละ 3 โคม และวางตำแหน่งให้ตรงกับแนวรถที่เข้ามาจอดเติมน้ำมัน เพื่อให้แสงครอบคลุมทั้งสองฝั่งของหัวจ่ายอย่างเหมาะสม โดย 2 แถวกลางเลือกใช้เลนส์มุม F01605 (Symmetrical 57°) เพื่อกระจายแสงลงด้านล่างอย่างสม่ำเสมอ ส่วนแถวด้านนอกใช้เลนส์ F01617 (Asymmetrical 58×100°, tilt 27°) เพื่อกำหนดทิศทางแสงไปยังฝั่งหัวจ่ายด้านเดียว ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานและลดการสูญเสียแสงในพื้นที่ที่ไม่จำเป็น


การจำลองแสงในปั๊มน้ำมัน โดยใช้โคมไฟปั๊มนำ้มัน LED Canopy Light Type 2 กำลังไฟ 100W แบรนด์ Light Power และมีภาพมุมสูงเพื่อดูการจัดวางโคม

ผลจากการจำลองแสงพบว่าค่าความสว่างเฉลี่ย (Average Lux) เท่ากับ 548 Lux ซึ่งสูงกว่าค่าความสว่างขั้นต่ำที่แนะนำสำหรับพื้นที่ปั๊มน้ำมันที่ 300 Lux  ได้ความสม่ำเสมอของแสง (Uniformity) เท่ากับ 0.4 และระดับแสงแยงตา (Glare) ต่ำ ส่งผลให้พื้นที่มีความสว่างที่เพียงพอ มองเห็นได้ชัดเจน ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และลดจุดมืดในพื้นที่ ทั้งพนักงานและคนขับรถก็แฮปปี้ในการใช้งานในปั๊มน้ำมัน

 

5 )  การเปรียบเทียบประสิทธิภาพพลังงานและค่าไฟฟ้า

นอกจากคุณภาพของแสงแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกโคมไฟสำหรับปั๊มน้ำมันคือเรื่องของประสิทธิภาพพลังงานและต้นทุนการใช้งานในระยะยาว โดยการเลือกโคมไฟที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยลดค่าไฟฟ้า แต่ยังช่วยลดการใช้พลังงานโดยรวม และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

5.1 )  ค่าไฟฟ้าต่อเดือน (Monthly Energy Cost) 💰

ค่าไฟฟ้าของระบบแสงสว่างในปั๊มน้ำมันสามารถประเมินได้จากกำลังไฟรวมของโคมไฟ และจำนวนชั่วโมงการใช้งานต่อวัน ซึ่งในพื้นที่ลานเติมน้ำมันมักมีการเปิดใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้ต้นทุนค่าไฟเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรนำมาพิจารณาในการออกแบบ

ตัวอย่างการคำนวณ

  • กำลังไฟ: 100W ต่อโคม
  • จำนวนโคม: 18 โคม
  • การใช้งาน: 12 ชั่วโมง/วัน
  • ค่าไฟ: 4 บาท/หน่วย

👉 กำลังไฟรวม = 1.8 kW

👉 ค่าไฟต่อเดือน:

1.8 kW × 12 ชั่วโมง/วัน × 30 วัน/เดือน × 4 บาท/หน่วย = ~2,592 บาท/เดือน ⚡

การเปิดใช้งานโคมไฟ LED Canopy Light Type 2 แบรนด์ Light Power ภายในปั๊มน้ำมัน โดยเปิดใช้งาน 12 ชั่วโมงต่อวัน เริ่มตั้งแต่เวลา 18:00 นาฬิกา ถึง 6:00 นาฬิกา

5.2 )  การประหยัดพลังงานเมื่อเปรียบเทียบกับหลอด HID ⚡

หลอด HID (High Intensity Discharge) เคยเป็นที่นิยมในระบบแสงสว่างของปั๊มน้ำมัน แม้จะให้ความสว่างสูง แต่มีการใช้พลังงานค่อนข้างมากและประสิทธิภาพลดลงเมื่อใช้งานไปนาน เมื่อเปลี่ยนมาใช้โคมไฟ LED ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า จึงสามารถช่วยลดการใช้พลังงานและค่าไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน

หลอด HID (High Intensity Discharge) เป็นหลอดไฟที่ให้แสงสว่างโดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านก๊าซภายในหลอด ทำให้เกิดแสงที่มีความเข้มสูง ตัวอย่างหลอด HID ที่พบได้บ่อย คือ หลอดเมทัลฮาไลด์ (Metal Halide: MH) และหลอดโซเดียมความดันสูง (High Pressure Sodium: HPS)

เปรียบเทียบพลังงานไฟฟ้าและค่าไฟฟ้ารายปี (HID vs LED)

ในการเปรียบเทียบนี้ จะใช้จำนวนโคมไฟเท่ากันที่ 18 โคม เพื่อให้เห็นความแตกต่างด้านการใช้พลังงานอย่างชัดเจน โดยอ้างอิงการใช้งานเฉลี่ย 12 ชั่วโมงต่อวัน และค่าไฟฟ้า 4 บาทต่อหน่วย

การเปรียบเทียบประสิทธิภาพแสงของหลอด HID vs โคมไฟปั๊มน้ำมัน LED Canopy Light Type 2 แบรนด์ Light Power จะใช้จำนวนโคมไฟเท่ากันที่ 18 โคม เพื่อให้เห็นความแตกต่างด้านการใช้พลังงานอย่างชัดเจน โดยอ้างอิงการใช้งานเฉลี่ย 12 ชั่วโมงต่อวัน และค่าไฟฟ้า 4 บาทต่อหน่วย
  • 🔸 หลอด HID | 250W
  • ประมาณ 20,000 – 28,000 lumen >>> แต่แสงกระจายรอบทิศทาง ทำให้สูญเสียแสงก่อนถึงพื้นใช้งาน ❌

    👉 กำลังไฟรวม = 250W x 18 โคม = 4.5 kW

    👉 พลังงานต่อปี = 4.5 kW x 12 ชม./วัน x 365 วัน = 19,710 kW/ปี

    👉 ค่าไฟต่อปี = 19,710 kW/ปี x 4 บาท/หน่วย = 78,840 บาท/ปี


  • 🔸 LED Canopy Light รุ่น TYPE 2 | 100W
  • 17,000 lumen >>> แสงพุ่งลงตรง (Directional) ทำให้แสงถูกใช้งานได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ✅️

    👉 กำลังไฟรวม = 100W x 18 โคม = 1.8 kW

    👉 พลังงานต่อปี = 1.8 kW x 12 ชม./วัน x 365 วัน = 7,884 kW/ปี

    👉 ค่าไฟต่อปี = 7,884 kW/ปี x 4 บาท/หน่วย = 31,536 บาท/ปี

หมายเหตุ: ทำไมถึงใช้หลอด HID ขนาด 250W เป็นตัวเปรียบเทียบ? เพราะเป็นขนาดที่นิยมใช้ในปั๊มน้ำมัน จึงใช้เป็นค่ากลางในการเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริง

🔥 ผลลัพธ์การประหยัดพลังงานและค่าไฟของโคมไฟ LED เมื่อเทียบกับหลอด HID

  • 💰 ประหยัดค่าไฟต่อปี = 78,840 − 31,536 = 47,304 บาท/ปี
  • ประหยัดพลังงานไฟฟ้า = 19,710 − 7,884 = 11,826 kWh/ปี
  • 📉 ลดการใช้พลังงานลง60% ✅️
เปรียบเทียบการประหยัดพลังงานและค่าไฟของโคมไฟ LED กับหลอด HID โดยพบว่าโคมไฟ LED Canopy Light Type 2 แบรนด์ Light Power ประหยัดพลังงานไฟฟ้าและค่าไฟรายปีมากกว่าหลอด HID ถึง 60%

5.3 )  การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Reduction) 🌳

นอกจากการลดค่าไฟฟ้าแล้ว การลดการใช้พลังงานยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) จากกระบวนการผลิตไฟฟ้า ซึ่งสามารถคำนวณได้จากค่าการปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยไฟฟ้า (Emission Factor) โดยในประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.475 kgCO₂ ต่อหน่วยไฟฟ้า (kWh) ตามข้อมูลจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม เช่น TGO

คำนวณการลด CO₂

🌱 CO₂ Reduction (kg/ปี) = พลังงานที่ประหยัดได้ (kWh/ปี) × Emission Factor

CO₂ Reduction (kg/ปี) = 11,826 × 0.475 = 5,617 kgCO₂ /ปี  ✅️

การประหยัดพลังงานของโคมไฟ LED Canopy Light Type 2 แบรนด์ Light Power จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Reduction) จากกระบวนการผลิตไฟฟ้าได้

จากการลดการใช้พลังงานดังกล่าว สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 5.6 ตันต่อปี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลลัพธ์สำคัญด้านสิ่งแวดล้อมจากการเลือกใช้โคมไฟที่มีประสิทธิภาพสูง

หมายเหตุ: ค่าการปล่อย CO₂ เป็นค่าเฉลี่ย อาจแตกต่างกันตามแหล่งผลิตไฟฟ้าและช่วงเวลา

 

6 )  การติดตั้งโคมไฟแบบฝังฝ้าในปั๊มน้ำมัน

การติดตั้งโคมไฟแบบฝังฝ้าในปั๊มน้ำมัน ไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ความเรียบร้อยของงานติดตั้งเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมเฉพาะของพื้นที่ เช่น ฝุ่น ความชื้น ไอระเหยจากน้ำมัน และความปลอดภัยในการใช้งาน เพื่อให้ระบบแสงสว่างสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทนทานในระยะยาว

วิธีการติดตั้งโคมไฟ LED Canopy Light Type 2 แบรนด์ Light Power แบบฝังฝ้าในปั๊มน้ำมัน

วิธีการติดตั้งโคมไฟแบบฝังฝ้าในปั๊มน้ำมัน

  1. เตรียมช่องเปิดฝ้า (Ceiling Opening)
  2. เจาะช่องฝ้าใต้ canopy ตามขนาดของโคมไฟ โดยขนาดใหญ่: 420 × 305 mm และขนาดเล็ก: 290 × 290 mm

  3. ติดตั้งแผ่นยึด (Mounting Plate)
  4. ติดตั้งแผ่นยึดเข้ากับโครงฝ้า โดยใช้สกรู M5 (4 จุด)

    👉 รองรับความหนาฝ้า 10–60 mm และควรยึดให้แน่นเพื่อความแข็งแรง

  5. ใส่ตัวโคมเข้าช่องฝ้า
  6. สอดตัวโคมจากด้านล่างขึ้นไป ดันให้เข้าล็อกกับแผ่นยึดด้านบน โคมจะฝังเรียบไปกับฝ้า ดูเรียบร้อยและไม่เกะกะ

  7. ยึดโคมให้แน่นกับฝ้า
  8. ยึดกรอบโคมเข้ากับฝ้าด้วยสกรู M4 (4 จุด) เพื่อให้โคมแนบสนิท

 

 

 

การออกแบบแสงสว่างในปั๊มน้ำมันไม่ใช่เพียงแค่ทำให้พื้นที่สว่างเพียงพอ แต่ต้องคำนึงถึงความสม่ำเสมอของแสง ความปลอดภัย การประหยัดพลังงาน และความเหมาะสมกับการใช้งานจริงในแต่ละพื้นที่ ซึ่งหากมีการวางแผนและเลือกอุปกรณ์อย่างเหมาะสม จะช่วยยกระดับทั้งประสบการณ์ของผู้ใช้งานและภาพลักษณ์ของสถานที่ได้อย่างชัดเจน โดยหากคุณกำลังมองหาแนวทางในการออกแบบแสงสว่างที่เหมาะสม สามารถติดต่อเราเพื่อขอคำแนะนำได้

สนใจปรับปรุงแสงสว่างในปั๊มน้ำมันของคุณ

หากคุณกำลังวางแผนปรับปรุงหรือสร้างปั๊มน้ำมันใหม่ ทีม Boviga พร้อมช่วยตั้งแต่เลือกโคมไฟ LED ที่เหมาะสมกับปั๊มน้ำมันของคุณ จำลองแสงเพื่อดูค่าลักซ์และความสม่ำเสมอเบื้องต้น ไปจนถึงวางแผนตรวจวัดและบำรุงรักษาระบบไฟในระยะยาว

ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาฟรีทางไลน์ @boviga