หลอดไฟกี่วัตต์ ประหยัดไฟ ? เลือกให้ลึก ช่วยลดต้นทุนองค์กร
สรุปสาระสำคัญ
การเลือกว่าหลอดไฟแบบไหนประหยัดไฟที่สุด ไม่ได้ดูเพียงแค่จำนวนวัตต์ที่ต่ำ แต่ต้องพิจารณาที่ประสิทธิภาพการส่องสว่าง (Luminous Efficacy) หรือค่าลูเมนต่อวัตต์ (lm/W) ที่ยิ่งสูงยิ่งประหยัด แต่สำหรับผู้ที่ต้องการโซลูชันที่คุ้มค่าที่สุด การใช้ระบบโคมไฟถนนโซลาร์เซลล์จะช่วยตัดภาระค่าไฟรายเดือน ลดต้นทุนการติดตั้งสายไฟ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับโครงการ หรือโรงงานในระยะยาว
Table of Content
- ทำความเข้าใจพื้นฐาน หลอดไฟกี่วัตต์ ประหยัดไฟ ?
- 1. หลอดไฟประหยัดไฟต้องดูที่ “ประสิทธิภาพ”
- 2. การเลือก “แสง” ที่ใช่ ช่วยประหยัดไฟทางอ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- โคมไฟแบบไหนประหยัดไฟ ทำไมโซลาร์เซลล์ถึงเป็นคำตอบ ?
- การเลือกใช้โคมไฟโซลาร์เซลล์ที่มีคุณภาพสูง
- เลือกความคุ้มค่าที่ยั่งยืนกับ Boviga
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโคมไฟประหยัดไฟ (FAQs)
- Q : ค่าลูเมนต่อวัตต์ (lm/W) ที่ถือว่าประหยัดไฟในปัจจุบันควรอยู่ที่เท่าไร ?
- Q : โคมไฟถนนโซลาร์เซลล์สว่างไม่ถึงเช้าเกิดจากสาเหตุใด ?
- Q : การติดตั้งโคมไฟโซลาร์เซลล์คุ้มค่ากว่าโคมไฟแบบปกติในกรณีไหนบ้าง ?
คำถามที่ว่า “การติดตั้งหลอดไฟแบบไหนประหยัดไฟที่สุด ?” อาจฟังดูเป็นเรื่องง่าย เพราะในปัจจุบันมีตัวเลือกหลอดประหยัดไฟมากมายให้เลือกใช้ แต่สำหรับเจ้าของอาคาร โรงงาน หรือผู้บริหารโครงการ ระบบแสงสว่างภายนอกอาคารคือต้นทุนคงที่รายเดือนที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แม้จะเปลี่ยนมาใช้หลอด LED แล้วก็ตาม
บทความนี้จึงอยากจะพามาเจาะลึกตั้งแต่หลักการพื้นฐานที่ควรรู้ก่อนเลือกโคมไฟประหยัดไฟ ไปจนถึงการนำเสนอโซลูชันขั้นสูงสุด ที่จะช่วยให้องค์กรจ่ายบิลค่าไฟได้ถูกลง
ทำความเข้าใจพื้นฐาน หลอดไฟกี่วัตต์ ประหยัดไฟ ?
คนส่วนใหญ่อาจเชื่อว่าการเลือกหลอดประหยัดไฟ คือการเลือกหลอดไฟที่มีค่าวัตต์ (Wattage) น้อยที่สุด ซึ่งไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะวัตต์คือ “ปริมาณพลังงานที่ใช้” แต่ไม่ใช่ “ปริมาณแสงที่ได้”
1. หลอดประหยัดไฟ ต้องดูที่ "ประสิทธิภาพ"
หากต้องการทราบว่าหลอดไฟประหยัดไฟหรือไม่ ให้พิจารณาที่ค่า Luminous Efficacy หรือค่าประสิทธิภาพการส่องสว่าง ซึ่งระบุเป็นหน่วย ลูเมนต่อวัตต์ โดยลูเมน (Lumen ) คือปริมาณแสงสว่างที่ส่องออกมาจากหลอดไฟ และวัตต์ (Watt) คือกำลังไฟฟ้าที่ใช้ ซึ่งสามารถหาค่าได้ตามสูตร ‘ประสิทธิภาพการส่องสว่าง (lm/W) = ปริมาณแสงสว่างทั้งหมด (Lumen) ÷ กำลังไฟฟ้าที่ใช้ (Watt)’ โดยมีตัวอย่างการเปรียบเทียบ เช่น
- หลอดไฟ A : 20 วัตต์ ให้ความสว่าง 2,000 ลูเมน (เท่ากับ 100 lm/W)
- หลอดไฟ B : 15 วัตต์ ให้ความสว่าง 1,200 ลูเมน (เท่ากับ 80 lm/W)
ในกรณีนี้ แม้หลอดไฟ B จะมีวัตต์ต่ำกว่า แต่หลอดไฟ A มีประสิทธิภาพสูงกว่า หมายความว่าถ้าต้องการความสว่างที่เท่ากัน หลอดไฟ A จะใช้พลังงานน้อยกว่าในระยะยาว ซึ่งสำหรับคำถามว่าหลอดไฟกี่วัตต์ถึงประหยัดไฟ จึงต้องพิจารณาคู่กับค่าลูเมนเสมอ ยิ่งค่าลูเมนต่อวัตต์สูง ยิ่งประหยัดค่าไฟได้มากขึ้น
2. การเลือก “แสง” ที่ใช่ ช่วยประหยัดไฟทางอ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกโทนสีของแสง (Color Temperature) และการกระจายแสงที่เหมาะสมช่วยลดจำนวนโคมไฟที่ต้องติดตั้งลงได้
- แสงขาว (Daylight) : มักให้ค่าลูเมนที่สูงกว่าในวัตต์ที่เท่ากันเมื่อเทียบกับแสงวอร์มไวท์ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความชัดเจนสูง เช่น ลานจอดรถโรงงาน หรือถนนภายในโครงการ
- องศาการกระจายแสง : โคมไฟที่ออกแบบการสะท้อนแสงมาดี หรือเลือกใช้เลนส์ที่มีมุมองศาที่เหมาะสมจะช่วยให้แสงตกกระทบลงบนพื้นที่ใช้งานได้แม่นยำ ไม่สูญเสียแสงขึ้นไปบนท้องฟ้า หรือส่องออกนอกพื้นที่ที่เราต้องการ ทำให้ใช้จำนวนโคมน้อยลง แต่ได้ความสว่างเท่าเดิม
หลอดไฟแบบไหนประหยัดไฟ ทำไมโซลาร์เซลล์ถึงเป็นคำตอบ ?
แม้ว่าหลอด LED จะช่วยให้ประหยัดค่าไฟได้มากที่สุดในบรรดาหลอดไฟที่ใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้า แต่ก็ยังต้องจ่ายบิลค่าไฟทุกเดือนและต้องแบกรับต้นทุนการเดินสายไฟที่สูงลิบ นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้โคมไฟถนนโซลาร์เซลล์และโคมไฟหัวเสาโซลาร์เซลล์ กลายเป็นโซลูชันการประหยัดไฟขั้นสูงสุด โดยเฉพาะสำหรับพื้นที่ภายนอกอาคาร โดยข้อดีของการประหยัดไฟจากการใช้โคมไฟถนนโซลาร์เซลล์ ได้แก่
- ลดต้นทุน เนื่องจากใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในบิลค่าไฟรายเดือน เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
- ความยืดหยุ่นในการติดตั้ง ไม่ต้องขุดถนน ไม่ต้องเดินสายไฟ สามารถติดตั้งในจุดที่ไฟเข้าไม่ถึงได้ทันที ลดเวลาการทำงานของช่างและลดความเสียหายของพื้นที่หน้างาน
- ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ระบบโซลาร์เซลล์เป็นระบบไฟแรงดันต่ำ (Low Voltage) ลดความเสี่ยงเรื่องไฟดูดหรือไฟลัดวงจรในช่วงฤดูฝน เพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงานและทรัพย์สินในโรงงาน

การเลือกใช้โคมไฟโซลาร์เซลล์ที่มีคุณภาพสูง
คุณภาพของวัสดุ คือหัวใจสำคัญของการเลือกโคมไฟประหยัดไฟในระบบโซลาร์เซลล์ให้คุ้มค่าที่สุด เนื่องจากอุปกรณ์ต้องติดตั้งกลางแจ้งและเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรง โดยมีสิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกโคมไฟโซลาร์เซลล์สำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ดังนี้
- ชิป LED ประสิทธิภาพสูง : ต้องให้ค่าความสว่าง (Lumen) ที่สูงในขณะที่กินกระแสไฟจากแบตเตอรี่น้อย
- แผงโซลาร์เซลล์ : หากเลือกใช้แผงเกรดพรีเมียมจะสามารถชาร์จไฟได้แม้ในวันที่แดดอ่อน
- แบตเตอรี่ Lithium เกรดอุตสาหกรรม: ต้องทนความร้อนสูงและมีรอบการชาร์จที่ยาวนาน เพื่อให้โคมไฟส่องสว่างได้ยาวนานต่อเนื่องจนถึงเช้า
- ระบบควบคุมอัจฉริยะ : มีฟังก์ชัน Dimming หรือ Motion Sensor ที่จะเร่งแสงเมื่อมีการเคลื่อนไหว และหรี่แสงเพื่อถนอมพลังงานเมื่อไม่มีคนใช้งาน
เลือกความคุ้มค่าที่ยั่งยืนกับ Boviga
การเลือกใช้โคมไฟถนนโซลาร์เซลล์และโคมไฟหัวเสาโซลาร์เซลล์ที่มีคุณภาพสูงจาก Boviga คือการลงทุนเพียงครั้งเดียวเพื่อหยุดจ่ายค่าไฟสำหรับแสงสว่างภายนอกไปตลอดกาล โดย Boviga มีความเชี่ยวชาญในการนำเสนอผลิตภัณฑ์โซลาร์เซลล์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับสภาพอากาศในประเทศไทย ทั้งยังมีดีไซน์ที่โดดเด่นและวัสดุทนทานต่อการใช้งานภายนอกอาคาร พร้อมระบบควบคุมแสงอัจฉริยะที่ทำให้มั่นใจได้ว่าไฟจะส่องสว่างเต็มที่เมื่อต้องการ
เปลี่ยนต้นทุนค่าไฟให้เป็นกำไรขององค์กร ด้วยระบบแสงสว่างอัจฉริยะ สนใจอัปเกรดระบบแสงสว่างภายนอกอาคาร ติดต่อสอบถามได้ที่ Line: @boviga หรือโทร. 02-114-3656
ข้อมูลอ้างอิง
- Luminous Efficacy. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 จาก https://www.sciencedirect.com/topics/engineering/luminous-efficacy
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโคมไฟประหยัดไฟ (FAQs)
Q : ค่าลูเมนต่อวัตต์ (lm/W) ที่ถือว่าประหยัดไฟในปัจจุบันควรอยู่ที่เท่าไร ?
A: สำหรับโคมไฟถนน หรือโคมไฟโรงงานเกรดอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ควรเลือกที่มีค่าประสิทธิภาพตั้งแต่ 130 lm/W ขึ้นไป ยิ่งค่านี้สูงเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าจะได้ความสว่างเท่าเดิมโดยจ่ายค่าไฟน้อยลง
Q : โคมไฟถนนโซลาร์เซลล์สว่างไม่ถึงเช้าเกิดจากสาเหตุใด ?
A: มักเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก คือแผงโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กเกินไปทำให้ชาร์จไฟไม่เต็ม แบตเตอรีเสื่อมสภาพเร็ว หรือระบบควบคุมไม่มีฟังก์ชันอัจฉริยะ เพื่อบริหารจัดการพลังงานในช่วงที่ไม่มีการเคลื่อนไหว
Q : การติดตั้งโคมไฟโซลาร์เซลล์คุ้มค่ากว่าโคมไฟไฟฟ้าปกติในกรณีไหนบ้าง ?
A : คุ้มค่าที่สุดสำหรับพื้นที่ภายนอกอาคารที่ต้องเดินสายไฟไกล หรือพื้นที่ที่ต้องการลดภาระการซ่อมบำรุงสายไฟใต้ดิน เพราะนอกจากจะไม่เสียค่าไฟแล้ว ยังประหยัดค่าขุดดินวางท่อร้อยสายไฟซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมาก
