สรุปสาระสำคัญ
การติดโคมไฟเพดานอย่างปลอดภัยเริ่มต้นจากการตัดกระแสไฟที่เบรกเกอร์ทุกครั้งและใช้อุปกรณ์วัดไฟเพื่อยืนยันความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน หัวใจสำคัญคือการเลือกใช้โคมไฟและสายไฟที่ได้รับมาตรฐาน มอก. พร้อมทั้งเชื่อมต่อสายไฟ (L, N, G) ให้ถูกต้องแน่นหนา โดยใช้ข้อต่อสายไฟที่ได้มาตรฐาน แทนการพันเทปเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ต้องตรวจสอบจุดยึดฐานโคมให้แข็งแรงเพื่อป้องกันการหลุดร่วง และควรทดสอบระบบหลังติดตั้งทันที หากพบกลิ่นไหม้หรือเสียงผิดปกติให้รีบตัดไฟเพื่อตรวจสอบใหม่ ทั้งหมดนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากไฟช็อตและอัคคีภัยในระยะยาว
Table of Content
โคมไฟเพดานถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญภายในบ้านที่ช่วยสร้างบรรยากาศและเพิ่มความสว่างให้พื้นที่ใช้งาน แต่การติดตั้งโคมไฟเพดานไม่ได้มีแค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น เพราะหากติดตั้งไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง เช่น ไฟฟ้าช็อต ไฟไหม้ หรือโคมไฟหลุดตกใส่ผู้ใช้งานได้ การเรียนรู้วิธีติดตั้งโคมไฟเพดานอย่างถูกต้องและปลอดภัย จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เจ้าของบ้านทุกคนควรใส่ใจ
เราจะพาคุณไปรู้จักขั้นตอนการติดโคมไฟเพดาน ตั้งแต่การเตรียมอุปกรณ์ การต่อสายไฟอย่างปลอดภัย ไปจนถึงการตรวจสอบหลังติดตั้ง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงามตามต้องการ
ก่อนจะลงมือติดโคมไฟเพดาน การเตรียมความพร้อมเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะหากขาดเครื่องมือที่เหมาะสม งานอาจหยุดชะงักหรือเกิดความผิดพลาดระหว่างทำได้ โดยมีสิ่งที่ต้องทำ ดังนี้
การติดตั้งโคมไฟต้องการเครื่องมือพื้นฐานด้านช่างไฟฟ้า ดังนี้
ก่อนติดตั้งควรนำโคมไฟออกจากกล่อง เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด โดยต้องแน่ใจว่าตัวโคมไม่มีรอยแตกร้าว รวมถึงสายไฟที่ติดมากับโคมไม่มีรอยฉีกขาด หรือรอยหนูแทะ เพราะความเสียหายเพียงเล็กน้อยอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของไฟฟ้าลัดวงจรได้
เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว ควรเลือกซื้อโคมไฟดาวน์ไลท์ LED และอุปกรณ์เชื่อมต่อที่มีเครื่องหมาย มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) ซึ่งเป็นการการันตีว่าวัสดุนั้นทนความร้อนได้ดีและมีความต้านทานไฟฟ้าตามที่กฎหมายกำหนด ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอัคคีภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีติดโคมไฟเพดานในฉบับที่สามารถทำตามได้และถูกวิธี มีดังนี้
ก่อนเริ่มงานต้องปิดเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ของวงจรไฟแสงสว่างนั้น ๆ และใช้ไขควงวัดไฟจิ้มไปที่สายไฟบนเพดานเพื่อยืนยันว่าไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านแล้วจริง ๆ
หากเป็นการติดตั้งโคมไฟดาวน์ไลท์ติดฝ้า หรือโคมไฟระย้า ให้นำฉากยึด (Mounting Bracket) ที่มากับชุดโคมไฟมาทาบบนตำแหน่งที่ต้องการ เจาะรูและฝังพุกให้แน่นหนา การยึดต้องมั่นคง ไม่โยกเยก เพื่อรองรับน้ำหนักโคมไฟในอนาคต
ขั้นตอนนี้คือหัวใจสำคัญของการติดตั้งโคมไฟเพดาน โดยปกติสายไฟบ้านจะมี 2-3 เส้น (L, N และ G) ดังนี้
นอกจากนี้ ควรใช้ Connector หรือลูกเต๋าต่อสายไฟ แทนการพันด้วยเทปเพียงอย่างเดียว จะทำให้รอยต่อแน่นและปลอดภัยกว่า
เมื่อต่อสายไฟเรียบร้อยแล้ว ให้เก็บสายไฟเข้าในกล่องหรือฐานโคมอย่างเป็นระเบียบ จากนั้นยกตัวโคมขึ้นประกอบเข้ากับฉากยึดที่ติดตั้งไว้ในขั้นตอนที่ 2 ขันนอตให้แน่นพอประมาณ (ระวังอย่าขันแรงเกินไปจนวัสดุแตก)
การติดตั้งไฟฟ้ามีรายละเอียดปลีกย่อย ที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยในบ้าน จึงมีข้อควรระวัง ดังนี้
หลังติดตั้งเสร็จ ควรเปิดเบรกเกอร์และทดสอบไฟทันที หากได้ยินเสียงผิดปกติ มีกลิ่นไหม้ หรือไฟไม่ติด ควรปิดเบรกเกอร์ทันทีและตรวจสอบการต่อสายใหม่อีกครั้ง
นอกจากนี้ควรตรวจสอบจุดต่อสายและเทปพันสายไฟเป็นระยะ หากพบว่ามีการคลายตัว ควรแก้ไขทันทีเพื่อความปลอดภัย
การติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางไฟฟ้าได้อย่างมาก เช่น
การติดโคมไฟเพดานด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก หากมีความเข้าใจในขั้นตอนและให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและการตรวจสอบอย่างละเอียดจะช่วยให้บ้านสว่างไสวและปลอดภัยจากความเสี่ยงเรื่องอัคคีภัยในระยะยาว
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเลือกซื้อโคมดาวน์ไลท์ติดลอยโคมไฟดาวน์ไลท์ติดฝ้า หรือโคมแทรคไลท์เข้าราง จาก Boviga เราพร้อมบริการออกแบบและติดตั้ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID: @boviga หรือโทร 02-114-3656 ติดต่อสอบถามได้ที่ Line: @boviga หรือโทร. 02-114-3656
ข้อมูลอ้างอิง
A: สามารถใช้ได้หากสายไฟเดิมยังมีสภาพสมบูรณ์ ฉนวนไม่กรอบแตก และขนาดสายไฟเพียงพอกับกำลังวัตต์ของโคมไฟใหม่ แต่หากเป็นบ้านเก่าเกิน 15-20 ปี แนะนำให้เดินสายไฟใหม่เพื่อความปลอดภัย
A: โคมไฟ LED ส่วนใหญ่ในปัจจุบันถูกออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับไฟบ้าน 220V ได้โดยตรง (มี Driver ในตัว) ไม่ต้องใช้บัลลาสต์แบบโคมฟลูออเรสเซนต์สมัยก่อน ทำให้ติดตั้งง่ายและประหยัดไฟมากกว่า
A: ไม่ยาก เพราะวิธีติดตั้งโคมไฟเพดานแบบดาวน์ไลท์ติดลอย คล้ายกับโคมไฟทั่วไป เพียงแค่ยึดฐานเข้ากับเพดานคอนกรีตหรือฝ้าไม้ แล้วต่อสายไฟตามขั้ว L และ N ก็ใช้งานได้ทันที