ติดต่อฝ่ายขาย Line: @boviga,  Tel. 02-114-3656 Email: sales@boviga.com

รวมเทคนิคติดโคมไฟเพดานอย่างไรไม่ให้เสี่ยงอันตราย ?

February 19, 2026 2 min read

การติดตั้งโคมไฟเพดาน เพิ่มแสงสว่างและความสวยงาม

สรุปสาระสำคัญ

การติดโคมไฟเพดานอย่างปลอดภัยเริ่มต้นจากการตัดกระแสไฟที่เบรกเกอร์ทุกครั้งและใช้อุปกรณ์วัดไฟเพื่อยืนยันความปลอดภัยก่อนเริ่มงาน หัวใจสำคัญคือการเลือกใช้โคมไฟและสายไฟที่ได้รับมาตรฐาน มอก. พร้อมทั้งเชื่อมต่อสายไฟ (L, N, G) ให้ถูกต้องแน่นหนา โดยใช้ข้อต่อสายไฟที่ได้มาตรฐาน แทนการพันเทปเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ต้องตรวจสอบจุดยึดฐานโคมให้แข็งแรงเพื่อป้องกันการหลุดร่วง และควรทดสอบระบบหลังติดตั้งทันที หากพบกลิ่นไหม้หรือเสียงผิดปกติให้รีบตัดไฟเพื่อตรวจสอบใหม่ ทั้งหมดนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากไฟช็อตและอัคคีภัยในระยะยาว

Table of Content

  • เตรียมอุปกรณ์และความพร้อมก่อนติดตั้งโคมไฟเพดาน
    • เตรียมเครื่องมือที่จำเป็น
    • ตรวจสอบสภาพของโคมไฟและสายไฟ
    • ใช้อุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน มอก.
  • ขั้นตอนการติดตั้งโคมไฟเพดานอย่างถูกวิธี
    • 1. ตรวจสอบกล่องไฟฟ้า
    • 2. ยึดกล่องไฟและฉากยึดให้แน่น
    • 3. ต่อสายไฟ
    • 4. ติดตั้งโคมไฟเพดาน
  • ข้อควรระวังในการติดตั้งโคมไฟเพดาน
  • การทดสอบและบำรุงรักษาหลังติดตั้ง
  • การติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัย
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีติดตั้งโคมไฟเพดาน (FAQs)
    • Q : ติดโคมไฟเพดานสามารถใช้สายไฟเก่าที่อยู่บนเพดานได้หรือไม่ ?
    • Q : การติดโคมไฟเพดานแบบ LED จำเป็นต้องมีบัลลาสต์หรือไม่ ?
    • Q : ติดโคมดาวน์ไลท์ติดลอยเองยากหรือไม่ ?

โคมไฟเพดานถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญภายในบ้านที่ช่วยสร้างบรรยากาศและเพิ่มความสว่างให้พื้นที่ใช้งาน แต่การติดตั้งโคมไฟเพดานไม่ได้มีแค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น เพราะหากติดตั้งไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง เช่น ไฟฟ้าช็อต ไฟไหม้ หรือโคมไฟหลุดตกใส่ผู้ใช้งานได้ การเรียนรู้วิธีติดตั้งโคมไฟเพดานอย่างถูกต้องและปลอดภัย จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เจ้าของบ้านทุกคนควรใส่ใจ 

เราจะพาคุณไปรู้จักขั้นตอนการติดโคมไฟเพดาน ตั้งแต่การเตรียมอุปกรณ์ การต่อสายไฟอย่างปลอดภัย ไปจนถึงการตรวจสอบหลังติดตั้ง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงามตามต้องการ

เตรียมอุปกรณ์และความพร้อมก่อนติดตั้งโคมไฟเพดาน

ก่อนจะลงมือติดโคมไฟเพดาน การเตรียมความพร้อมเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะหากขาดเครื่องมือที่เหมาะสม งานอาจหยุดชะงักหรือเกิดความผิดพลาดระหว่างทำได้ โดยมีสิ่งที่ต้องทำ ดังนี้

เตรียมเครื่องมือที่จำเป็น

การติดตั้งโคมไฟต้องการเครื่องมือพื้นฐานด้านช่างไฟฟ้า ดังนี้

  • ไขควงวัดไฟ สำคัญมากสำหรับเช็กว่ายังมีกระแสไฟฟ้าค้างอยู่หรือไม่
  • คีมตัดและคีมปอกสายไฟ สำหรับตัดและเตรียมปลายสาย เพื่อการเชื่อมต่อที่แน่นหนา
  • เทปพันสายไฟคุณภาพสูง ช่วยป้องกันไฟรั่วบริเวณจุดต่อสาย
  • บันไดอะลูมิเนียม เลือกบันไดที่มั่นคงและมีความสูงเพียงพอ เพื่อให้ทำงานได้สะดวก
  • สว่านไฟฟ้า สำหรับเจาะยึดพุกและสกรู ในกรณีที่ต้องติดตั้งฐานใหม่

ตรวจสอบสภาพของโคมไฟและสายไฟ 

ก่อนติดตั้งควรนำโคมไฟออกจากกล่อง เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด โดยต้องแน่ใจว่าตัวโคมไม่มีรอยแตกร้าว รวมถึงสายไฟที่ติดมากับโคมไม่มีรอยฉีกขาด หรือรอยหนูแทะ เพราะความเสียหายเพียงเล็กน้อยอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของไฟฟ้าลัดวงจรได้

ใช้อุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน มอก. 

เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว ควรเลือกซื้อโคมไฟดาวน์ไลท์ LED และอุปกรณ์เชื่อมต่อที่มีเครื่องหมาย มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) ซึ่งเป็นการการันตีว่าวัสดุนั้นทนความร้อนได้ดีและมีความต้านทานไฟฟ้าตามที่กฎหมายกำหนด ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอัคคีภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีติดตั้งโคมไฟเพดานที่ถูกต้อง

ขั้นตอนการติดตั้งโคมไฟเพดานอย่างถูกวิธี 

วิธีติดโคมไฟเพดานในฉบับที่สามารถทำตามได้และถูกวิธี มีดังนี้

1. ตรวจสอบกล่องไฟฟ้า

ก่อนเริ่มงานต้องปิดเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ของวงจรไฟแสงสว่างนั้น ๆ และใช้ไขควงวัดไฟจิ้มไปที่สายไฟบนเพดานเพื่อยืนยันว่าไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านแล้วจริง ๆ

2. ยึดกล่องไฟและฉากยึดให้แน่น

หากเป็นการติดตั้งโคมไฟดาวน์ไลท์ติดฝ้า หรือโคมไฟระย้า ให้นำฉากยึด (Mounting Bracket) ที่มากับชุดโคมไฟมาทาบบนตำแหน่งที่ต้องการ เจาะรูและฝังพุกให้แน่นหนา การยึดต้องมั่นคง ไม่โยกเยก เพื่อรองรับน้ำหนักโคมไฟในอนาคต

3. ต่อสายไฟ

ขั้นตอนนี้คือหัวใจสำคัญของการติดตั้งโคมไฟเพดาน โดยปกติสายไฟบ้านจะมี 2-3 เส้น (L, N และ G) ดังนี้

  • สาย L (Line) สายที่มีไฟ (มักเป็นสีน้ำตาล) ต่อเข้ากับช่อง L ของโคม
  • สาย N (Neutral) สายกลาง (มักเป็นสีฟ้า) ต่อเข้ากับช่อง N ของโคม
  • สาย G (Ground) สายดิน (สีเขียวแถบเหลือง) ต้องต่อเข้ากับจุดยึดสายดินของโคมไฟเพื่อความปลอดภัย

นอกจากนี้ ควรใช้ Connector หรือลูกเต๋าต่อสายไฟ แทนการพันด้วยเทปเพียงอย่างเดียว จะทำให้รอยต่อแน่นและปลอดภัยกว่า

4. ติดตั้งโคมไฟเพดาน

เมื่อต่อสายไฟเรียบร้อยแล้ว ให้เก็บสายไฟเข้าในกล่องหรือฐานโคมอย่างเป็นระเบียบ จากนั้นยกตัวโคมขึ้นประกอบเข้ากับฉากยึดที่ติดตั้งไว้ในขั้นตอนที่ 2 ขันนอตให้แน่นพอประมาณ (ระวังอย่าขันแรงเกินไปจนวัสดุแตก)

ข้อควรระวังในการติดตั้งโคมไฟเพดาน

การติดตั้งไฟฟ้ามีรายละเอียดปลีกย่อย ที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยในบ้าน จึงมีข้อควรระวัง ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงวัสดุติดไฟง่าย ไม่ควรติดตั้งโคมไฟในระยะที่ใกล้กับผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือพลาสติกมากเกินไป เพราะความร้อนที่สะสมจากหลอดไฟ อาจทำให้วัสดุรอบข้างลุกไหม้ได้
  • ขนาดสายไฟต้องเหมาะสม ไม่ควรใช้สายไฟที่มีขนาดเล็กเกินไป (Undersized) เพราะเมื่อใช้งานต่อเนื่อง สายไฟจะสะสมความร้อนสูงจนฉนวนละลายและเกิดไฟไหม้
  • ระวังสายไฟถูกหนีบ ในขณะที่ประกอบฐานโคมไฟเข้ากับเพดาน ต้องตรวจเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีสายไฟเส้นใดถูกตัวโคมหนีบจนฉนวนถลอก
  • ตรวจสอบนอตยึด และควรใช้แหวนรองนอตหากโคมไฟมีน้ำหนักมาก เพื่อป้องกันนอตคลายตัวจากแรงสั่นสะเทือนในอาคาร

การทดสอบและบำรุงรักษาหลังติดตั้ง

หลังติดตั้งเสร็จ ควรเปิดเบรกเกอร์และทดสอบไฟทันที หากได้ยินเสียงผิดปกติ มีกลิ่นไหม้ หรือไฟไม่ติด ควรปิดเบรกเกอร์ทันทีและตรวจสอบการต่อสายใหม่อีกครั้ง

นอกจากนี้ควรตรวจสอบจุดต่อสายและเทปพันสายไฟเป็นระยะ หากพบว่ามีการคลายตัว ควรแก้ไขทันทีเพื่อความปลอดภัย

การติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัย

การติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางไฟฟ้าได้อย่างมาก เช่น

  • เครื่องตัดไฟรั่ว (RCD หรือ RCBO) ช่วยตัดวงจรไฟฟ้าอัตโนมัติเมื่อเกิดไฟรั่วหรือไฟดูด ซึ่งสำคัญมากสำหรับโคมไฟที่ติดตั้งในพื้นที่ชื้น
  • ติดตั้งสายดิน (Grounding) แม้จะเป็นโคมไฟเพดาน แต่หากตัวโครงเป็นโลหะ การมีสายดินจะช่วยระบายไฟรั่วลงดิน ไม่เป็นอันตรายต่อผู้สัมผัส
  • ชุดสายไฟกันน้ำ หากติดตั้งโคมไฟเพดานภายนอก หรือบริเวณชายคา ควรเลือกใช้สายไฟและข้อต่อที่มีคุณสมบัติกันน้ำ (IP Rating สูง)
  • ระบบป้องกันฟ้าผ่า สำหรับอาคารขนาดใหญ่ การติดตั้ง Surge Protection จะช่วยป้องกันไม่ให้แรงดันไฟฟ้าเกินจากฟ้าผ่าทำลายชุดโคมไฟ LED จนเกิดความเสียหาย

การติดโคมไฟเพดานด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก หากมีความเข้าใจในขั้นตอนและให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและการตรวจสอบอย่างละเอียดจะช่วยให้บ้านสว่างไสวและปลอดภัยจากความเสี่ยงเรื่องอัคคีภัยในระยะยาว

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเลือกซื้อโคมดาวน์ไลท์ติดลอยโคมไฟดาวน์ไลท์ติดฝ้า หรือโคมแทรคไลท์เข้าราง จาก Boviga เราพร้อมบริการออกแบบและติดตั้ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID: @boviga หรือโทร 02-114-3656 ติดต่อสอบถามได้ที่ Line: @boviga หรือโทร. 02-114-3656

ข้อมูลอ้างอิง

  1. How to Install a Ceiling Light. สืบค้นเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 จาก https://thediyplaybook.com/install-ceiling-light/

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีติดตั้งโคมไฟเพดาน (FAQs)

Q: ติดโคมไฟเพดานสามารถใช้สายไฟเก่าที่อยู่บนเพดานได้หรือไม่ ?

A: สามารถใช้ได้หากสายไฟเดิมยังมีสภาพสมบูรณ์ ฉนวนไม่กรอบแตก และขนาดสายไฟเพียงพอกับกำลังวัตต์ของโคมไฟใหม่ แต่หากเป็นบ้านเก่าเกิน 15-20 ปี แนะนำให้เดินสายไฟใหม่เพื่อความปลอดภัย 

Q: การติดโคมไฟเพดานแบบ LED จำเป็นต้องมีบัลลาสต์หรือไม่ ?

A: โคมไฟ LED ส่วนใหญ่ในปัจจุบันถูกออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับไฟบ้าน 220V ได้โดยตรง (มี Driver ในตัว) ไม่ต้องใช้บัลลาสต์แบบโคมฟลูออเรสเซนต์สมัยก่อน ทำให้ติดตั้งง่ายและประหยัดไฟมากกว่า

Q: ติดโคมดาวน์ไลท์ติดลอยเองยากหรือไม่ ?

A: ไม่ยาก เพราะวิธีติดตั้งโคมไฟเพดานแบบดาวน์ไลท์ติดลอย คล้ายกับโคมไฟทั่วไป เพียงแค่ยึดฐานเข้ากับเพดานคอนกรีตหรือฝ้าไม้ แล้วต่อสายไฟตามขั้ว L และ N ก็ใช้งานได้ทันที