Skip to content

ติดต่อฝ่ายขาย Line: @boviga,  Tel. 02-114-3656 Email: sales@boviga.com

ไฟปลูกต้นไม้ ยี่ห้อไหนดี เลือกอย่างไรให้เหมาะกับพืชที่ปลูก ?

June 05, 2026 2 min read

ไฟปลูกต้นไม้ในคอนโดมิเนียม

สรุปสาระสำคัญ

ไฟปลูกต้นไม้ (Grow Light) คือแหล่งกำเนิดแสงประดิษฐ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนแสงอาทิตย์และกระตุ้นการสังเคราะห์แสงของพืชในสภาวะแสงน้อย การเลือกไฟปลูกต้นไม้ที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดนั้น ควรพิจารณาจาก 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ประเภทของพืชที่ปลูก (เช่น พืชใบ/พืชดอก) กำลังวัตต์และความเข้มของแสง (ค่า PPFD) ประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน และความทนทานของหลอดไฟ เพื่อให้พืชสามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

Table of Content

สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกต้นไม้ในบ้าน โรงเรือน หรือฟาร์มในร่ม ปัญหาสำคัญที่มักพบคือ “แสงไม่เพียงพอ” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของพืช ไม่ว่าจะเป็นการงอกของเมล็ด การแตกใบ การออกดอก หรือการให้ผลผลิต ดังนั้นการเลือกไฟปลูกต้นไม้ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พืชสามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีสุขภาพดี ช่วยให้การปลูกต้นไม้ประสบความสำเร็จ

อินโฟกราฟิกวิธีเลือกไฟปลูกต้นไม้

รู้จักไฟปลูกต้นไม้ คืออะไร ?

ไฟปลูกต้นไม้ (Grow Light) คือแหล่งกำเนิดแสงประดิษฐ์ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อใช้ทดแทนแสงอาทิตย์ โดยมีเป้าหมายหลักคือการกระตุ้นกระบวนการสังเคราะห์แสง (Photosynthesis) ของพืชในสภาวะที่แสงธรรมชาติไม่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นในห้องมืด โรงเรือนปิด หรือแม้แต่ในช่วงฤดูฝนที่ท้องฟ้ามืดครึ้ม

เทคโนโลยีไฟปลูกต้นไม้ที่ได้รับความนิยม คือหลอดไฟ LED Grow Light เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงและสามารถปรับจูนสเปกตรัมของแสง (Light Spectrum) ให้ตรงกับความต้องการของพืชได้มากที่สุด โดยทั่วไปแล้วไฟปลูกต้นไม้จะให้ช่วงคลื่นแสงที่ครอบคลุมทั้ง

  • แสงสีน้ำเงิน (Blue Light) ช่วยในเรื่องการเจริญเติบโตของใบและลำต้น (Vegetative Stage)
  • แสงสีแดง (Red Light) มีความสำคัญต่อการออกดอกและการติดผล (Flowering & Fruiting Stage)
  • Full Spectrum เป็นแสงที่เลียนแบบแสงแดดธรรมชาติ (White Light) ซึ่งมีสเปกตรัมครบถ้วน เหมาะสำหรับการปลูกพืชทุกระยะ
การติดตั้งไฟปลูกต้นไม้

ปัจจัยสำคัญในการเลือกไฟปลูกต้นไม้

การเลือกไฟปลูกต้นไม้ ควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ โดยมีข้อแนะนำ ดังนี้ 

ประเภทของพืช 

พืชแต่ละประเภทอาจต้องการสเปกตรัมแสงที่แตกต่างกัน เช่น 

  • พืชใบหรือพืชผักสลัด ต้องการแสงในกลุ่มสีน้ำเงินสูง เพื่อกระตุ้นให้ใบหนา สีเขียวสด
  • พืชดอกหรือไม้ผล ต้องการแสงสเปกตรัมสีแดงและแสงอินฟราเรด (Far-red) ในช่วงที่ต้องการให้ผลิดอกออกผล
  • ไม้ฟอกอากาศหรือไม้ประดับ เช่น มอนสเตอร่า หรือกวักมรกต อาจต้องการแสงความเข้มปานกลางแบบ Full Spectrum เพื่อให้ฟอร์มกอสวยงาม

กำลังวัตต์และความเข้มของแสง 

หลายคนมักเข้าใจผิดว่ายิ่งค่าวัตต์สูงยิ่งดี แต่ความจริงแล้วควรเลือกให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ โดยสามารถแบ่งได้เป็นดังนี้

  • พื้นที่ขนาดเล็ก เช่น ชั้นวางต้นไม้ 1-2 ชั้น อาจใช้ไฟกำลัง 20W - 50W
  • พื้นที่ขนาดใหญ่ หากเป็นการทำฟาร์มในร่มหรือห้องปลูกขนาดใหญ่ ควรเลือกไฟที่มีกำลังวัตต์สูงขึ้น (100W - 200W+) เพื่อให้แสงกระจายได้ทั่วถึงทั้งแปลงปลูก

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าคือ ค่า PPFD (Photosynthetic Photon Flux Density) ซึ่งบอกถึงปริมาณความหนาแน่นของแสงที่ตกกระทบลงบนผิวใบพืชจริง ๆ โดยแบ่งได้เป็นดังนี้

  • พืชต้องการแสงน้อย (Low Light) เช่น ไม้ประดับในบ้าน, พลูด่าง, กล้วยไม้บางชนิด ต้องการค่า PPFD ประมาณ 100 - 300
  • พืชต้องการแสงปานกลาง (Medium Light) เช่น ผักสลัด, ไม้ฟอกอากาศส่วนใหญ่ ต้องการค่า PPFD ประมาณ 300 - 600
  • พืชที่ต้องการแสงมาก (High Light) เช่น พืชกินผล, แคกตัส หรือพืชที่ต้องการดอกเข้ม ๆ ต้องการค่า PPFD สูงถึง 600 - 1,000+

ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน 

เนื่องจากการปลูกต้นไม้ในร่มจำเป็นต้องเปิดไฟทิ้งไว้วันละ 8-16 ชั่วโมง ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานจึงสำคัญมาก ควรเลือกหลอดไฟที่ให้ค่าความสว่างต่อวัตต์สูง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว การเลือกใช้ LED เกรดคุณภาพจะช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าหลอดฟลูออเรสเซนซ์หรือหลอดไฮโดรโพนิกส์แบบเก่าอย่างมาก

ความทนทานและอายุการใช้งาน 

ไฟปลูกต้นไม้ต้องเปิดใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ความร้อนที่สะสมอาจทำให้หลอดไฟเสื่อมสภาพเร็ว ดังนั้นควรเลือกยี่ห้อที่มีระบบระบายความร้อนที่ดี (Heat Sink) ผลิตจากวัสดุอะลูมิเนียมคุณภาพสูง และมีมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น (IP Rating) หากต้องใช้ในสภาวะที่มีความชื้นสูง

การเลือกไฟปลูกต้นไม้ ยี่ห้อไหนดี สามารถสรุปสั้น ๆ ได้ว่า ควรหาจุดสมดุลระหว่างงบประมาณกับความต้องการของพืช เพื่อให้การใช้งานเกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด 

หากคุณกำลังมองหาไฟปลูกต้นไม้ที่ตอบโจทย์ทั้งความทนทานและประสิทธิภาพสูงสุด ที่ Boviga มีให้เลือกหลากหลาย พร้อมให้บริการปรึกษาเกี่ยวกับการติดตั้งไฟปลูกต้นไม้โดยผู้เชี่ยวชาญ 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Line: @boviga หรือโทร. 02-114-3656 นอกจากนี้เรายังมีโคมไฟโรงงานโคมไฟกันระเบิด พร้อมบริการออกแบบและติดตั้ง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยทุกขั้นตอน

ข้อมูลอ้างอิง

  1. แสงไฟสำหรับปลูกต้นไม้ในบ้าน ทางรอดเมื่อในห้องมีแสงน้อย. สืบค้นเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 จาก https://www.baanlaesuan.com/199045/ideas/led_growlight/

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไฟปลูกต้นไม้ (FAQs)

Q: ไฟปลูกต้นไม้ต้องเปิดวันละกี่ชั่วโมงถึงจะเหมาะสม ?

A: ระยะเวลาเปิดไฟขึ้นอยู่กับชนิดของพืชและช่วงการเจริญเติบโต โดยทั่วไปพืชส่วนใหญ่มักต้องการแสงประมาณ 8-12 ชั่วโมงต่อวัน สำหรับพืชใบ และอาจเพิ่มเป็น 12-16 ชั่วโมงต่อวัน ในกรณีพืชที่ต้องการกระตุ้นการออกดอกหรือให้ผลผลิต การตั้งเวลาเปิด-ปิดให้สม่ำเสมอจะช่วยให้พืชปรับตัวและเติบโตได้ดีขึ้น

Q: สามารถใช้ไฟปลูกต้นไม้แทนแสงแดดได้ 100% หรือไม่ ?

A: ในระบบปลูกพืชในร่มหรือฟาร์มแนวตั้ง ไฟปลูกต้นไม้สามารถใช้แทนแสงแดดได้เกือบทั้งหมด หากเลือกไฟที่มีสเปกตรัมครบถ้วนและให้ค่า PPFD เหมาะสม อย่างไรก็ตาม สำหรับการปลูกในบ้านทั่วไป ไฟปลูกต้นไม้มักทำหน้าที่ “เสริมแสงแดด” เพื่อช่วยให้พืชเติบโตสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

Q: ไฟปลูกต้นไม้ทำให้พืชร้อนหรือใบไหม้ได้หรือไม่ ?

A: หากเลือกไฟที่ไม่เหมาะสมหรือวางใกล้พืชเกินไป อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมและใบไหม้ได้ โดยเฉพาะไฟที่ไม่มีระบบระบายความร้อนที่ดี แต่การเลือกใช้ไฟ LED Grow Light คุณภาพสูงจะช่วยลดปัญหานี้ เพราะให้แสงสูงแต่ปล่อยความร้อนต่ำกว่าไฟแบบเดิม