Skip to content

ติดต่อฝ่ายขาย Line: @boviga,  Tel. 02-114-3656 Email: sales@boviga.com

IP Rating คืออะไร ? ตอบมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นสำหรับโคมไฟโรงงาน

April 05, 2026 2 min read

IP Rating คือมาตรฐานสากลที่ใช้ระบุความสามารถในการป้องกันของอุปกรณ์ไฟฟ้า

สรุปสาระสำคัญ

IP Rating คือมาตรฐานสากลที่ใช้ระบุระดับการป้องกันของแข็งและของเหลวของอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยประกอบด้วยตัวเลข 2 หลัก ซึ่งหลักแรกบอกระดับการกันฝุ่น (0-6) และหลักที่สองบอกระดับการกันน้ำ (0-9) การเลือกค่า IP ที่เหมาะสม เช่น IP66 สำหรับโคมไฟภายนอกกันน้ำ หรือ IP67/IP68 สำหรับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง จะช่วยป้องกันการลัดวงจร ยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ เพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้กับโรงงานและอาคาร

Table of Content

 

ในการเลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้า หลายคนมักตัดสินใจจากดีไซน์ กำลังวัตต์หลอดไฟ หรือความสว่างเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว โคมไฟที่ดูเหมือนกันจากภายนอก อาจให้ผลลัพธ์การใช้งานที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อเจอสภาพแวดล้อมจริง เช่น ฝน ฝุ่น ความชื้น หรือไอเคมี ความแตกต่างนี้ไม่ได้อยู่ที่ดีไซน์ แต่อยู่ที่ “IP Rating” ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ระดับการป้องกันของอุปกรณ์ไฟฟ้า การเข้าใจ IP Rating อย่างถูกต้องจึงจะช่วยลดทั้งความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายจากการเปลี่ยนโคมไฟก่อนเวลาอันควร

IP Rating คืออะไร ?

IP Rating ย่อมาจาก Ingress Protection Rating ซึ่งก็คือมาตรฐานสากลที่ใช้ระบุความสามารถในการป้องกันของแข็งและของเหลวของอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น โคมไฟ โดยรหัส IP โดยประกอบด้วยตัวเลข 2 หลักเสมอ แต่จะมีความหมายแยกกัน ดังนี้

ตัวเลขหลักที่ 1 : ระดับการป้องกันของแข็งและฝุ่นละออง 

ตัวเลขหลักแรกนี้มีความสำคัญมากในงานอุตสาหกรรม เพราะ “ฝุ่น” คือศัตรูตัวร้ายที่ทำให้วงจรไฟฟ้าลัดวงจร หรือเกิดความร้อนสะสมจนโคมไฟระเบิดได้ โดยสามารถแบ่งระดับการป้องกันตามขนาดของวัตถุที่จะลอดผ่านเข้าไปได้ ดังนี้

  • เลข 0 : ไม่มีการป้องกันใดจากการสัมผัส หรือวัตถุภายนอก
  • เลข 1 - 2 : ป้องกันวัตถุขนาดใหญ่ เช่น หลังมือ หรือนิ้วมือ ซึ่งจะช่วยป้องกันการเผลอไปสัมผัสส่วนที่มีไฟ
  • เลข 3 - 4 : ป้องกันเครื่องมือชิ้นเล็ก เส้นลวด หรือแมลงตัวเล็ก ขนาด 1 มม. ขึ้นไป ไม่ให้เข้าไปภายใน
  • เลข 5 : ระดับป้องกันฝุ่น สามารถป้องกันฝุ่นได้ในปริมาณมาก แต่อาจมีฝุ่นละอองขนาดเล็กเล็ดลอดเข้าไปได้บ้างเล็กน้อย ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของอุปกรณ์
  • เลข 6 : ระดับป้องกันฝุ่นอย่างสมบูรณ์ ป้องกันฝุ่นได้ 100% ไม่มีฝุ่นละอองใดสามารถเล็ดลอดเข้าไปได้เลย แม้จะเป็นฝุ่นขนาดเล็กจิ๋ว โดยเป็นมาตรฐานบังคับสำหรับโคมไฟกันระเบิดและโคมไฟภายนอกคุณภาพสูง

ตัวเลขหลักที่ 2 : ระดับการป้องกันของเหลว หรือน้ำ 

ระดับการกันน้ำไม่ได้วัดแค่สามารถป้องกันได้มากหรือน้อย แต่แบ่งตามลักษณะของน้ำที่อุปกรณ์ต้องเจอ ตั้งแต่ละอองฝน ไปจนถึงการจมน้ำลึก หรือการฉีดล้างด้วยน้ำร้อนแรงดันสูง

  • เลข 0 : ไม่สามารถป้องกันน้ำใดได้เลย
  • เลข 1 - 3 : ป้องกันน้ำหยดและละอองน้ำในแนวเฉียง เหมือนฝนตกปรอย ๆ
  • เลข 4 - 5 : ป้องกันน้ำกระเด็นและน้ำฉีดแรงดันต่ำ เหมาะสำหรับโคมไฟใต้ชายคา
  • เลข 6 : มาตรฐานยอดนิยมสำหรับภายนอก ป้องกันน้ำฉีดแรงดันสูงได้รอบทิศทาง เป็นมาตรฐานสำหรับโคมไฟติดผนังภายนอกกันน้ำที่ต้องสู้กับพายุฝน
  • เลข 7 : ป้องกันการแช่น้ำได้ชั่วคราว ในความลึกไม่เกิน 1 เมตร นานไม่เกิน 30 นาที
  • เลข 8 : ระดับสูงสุดของการจมน้ำ ป้องกันการแช่น้ำได้ลึกกว่า 1 เมตร แบบถาวรภายใต้ความดัน โดยนิยมใช้ในโคมไฟสระว่ายน้ำ หรือไฟน้ำพุ
  • เลข 9 (หรือ 9K) : ระดับพิเศษ ป้องกันน้ำฉีดแรงดันมหาศาลและมีอุณหภูมิสูง (80°C) เพื่อการฉีดล้างฆ่าเชื้อในโรงงานอุตสาหกรรมหนัก หรือโรงงานผลิตอาหาร
ทำความเข้าใจ มาตรฐาน IP67 และ IP68กันน้ำได้แค่ไหน ?

เจาะลึกมาตรฐานยอดนิยม ! แต่ละระดับใช้งานต่างกันอย่างไร ?

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน มาไขข้อสงสัยที่ผู้ใช้งานมักจะสับสนเวลาเลือกซื้อกันก่อน ด้วยการตอบคำถามเหล่านี้

IP54 กันฝนได้ไหม ?

IP54 คือมาตรฐานที่ป้องกันฝุ่นได้ในระดับ 5 และป้องกันน้ำกระเด็นได้รอบทิศทางในระดับเลข 4 หากถามว่า IP54 กันฝนได้ไหม ? คำตอบคือได้ในระดับฝนพรม แต่ไม่แนะนำให้ใช้ในพื้นที่กลางแจ้งที่ต้องเจอกับพายุฝนโดยตรง หรือน้ำฉีดแรง โดยมาตรฐานนี้มักพบในโคมไฟภายในอาคารที่ต้องการกันฝุ่น หรือโคมไฟตกแต่งใต้ชายคา

IP66 คืออะไร แตกต่างจาก IP65 อย่างไร ?

IP66 คือมาตรฐานที่ป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์และป้องกันน้ำฉีดแรงดันสูงได้จากทุกทิศทาง ซึ่งเหนือกว่า IP65 ที่กันได้เพียงน้ำฉีดแรงดันต่ำ มาตรฐาน IP66 จึงเป็นระดับที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโคมไฟติดผนังภายนอกกันน้ำ ที่ต้องตากแดดตากฝน

IP67 และIP68กันน้ำได้แค่ไหน ?

หากต้องเจอกับสภาวะจมน้ำ หรือพื้นที่ที่น้ำท่วมขังบ่อย ต้องดูมาตรฐานของสองตัวนี้

  • IP67 : กันน้ำได้ที่ความลึกไม่เกิน 1 เมตร เป็นเวลา 30 นาที เหมาะสำหรับพื้นที่ระเบียงที่อาจมีน้ำขังชั่วคราว หรือโคมไฟทางเดินในสวนที่อาจจมน้ำเวลาฝนตกหนัก
  • IP68 : คือระดับสูงที่กันน้ำได้ลึกมากกว่า 1 เมตร ภายใต้ความดันและเงื่อนไขที่ผู้ผลิตระบุ โดยมักใช้ในไฟสระว่ายน้ำ หรือไฟน้ำพุ

ความสำคัญของ IP Rating ต่อความปลอดภัยในโรงงาน

สำหรับโรงงานและคลังสินค้า มาตรฐาน IP ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการป้องกันโคมไฟเสีย แต่คือเรื่องของความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะในสองกรณีหลักเหล่านี้ 

การเลือกใช้โคมไฟกันระเบิด

ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น พื้นที่เก็บสารเคมี โรงกลั่นน้ำมัน หรือบริเวณที่มีฝุ่นละอองที่ไวไฟสูง การใช้โคมไฟกันระเบิดที่มีมาตรฐาน IP66 หรือ IP67 เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง มาตรฐาน IP ที่สูงจะช่วยป้องกันไม่ให้ละอองน้ำ ความชื้น หรือฝุ่นเข้าไปสะสมในตัวโคม ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญของการลัดวงจรและจุดชนวนให้เกิดการระเบิดได้

การติดตั้งโคมไฟติดผนังภายนอกกันน้ำรอบอาคาร

การใช้โคมไฟที่มีมาตรฐาน IP ต่ำกว่าสภาวะจริง เช่น ใช้ IP54 ในจุดที่ต้องตากฝน จะส่งผลให้ความชื้นเข้าไปสะสมใน Driver และชิป LED ทำให้เกิดการกัดกร่อน เสื่อมสภาพเร็ว และไฟช็อตได้ในที่สุด การลงทุนเลือก IP66 ตั้งแต่แรกจึงเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง ในระยะยาวที่คุ้มค่ากว่ามาก

เลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับการใช้งานที่สุดกับ Boviga

การเลือก IP Rating คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการสร้างระบบแสงสว่างที่ยั่งยืน ที่ Boviga เราคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่มีค่า IP Rating ตรงตามมาตรฐานการใช้งานจริงในอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าหน้างานจะเป็นโรงงานสารเคมีที่ต้องใช้โคมไฟกันระเบิดมาตรฐานความปลอดภัยสูง หรืออาคารสำนักงานที่ต้องการโคมไฟติดผนังภายนอกกันน้ำที่มีดีไซน์สวยงามพร้อมความทนทานต่อพายุฝนและฝุ่นละออง ทีมงานมืออาชีพของเราพร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบระบบแสงสว่างครบวงจร ตั้งแต่การเลือกอุปกรณ์ การวางระบบควบคุม ไปจนถึงการติดตั้งเพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมจริงมากที่สุด

ยกระดับความปลอดภัยและประหยัดต้นทุนบำรุงรักษาตั้งแต่วันนี้ ! สนใจสั่งซื้อ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID: @boviga หรือโทร. 02-114-3656

ข้อมูลอ้างอิง

  1. IP Rating ทำความเข้าใจมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์.สืบค้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 จาก https://www.ubu.ac.th/web/kmubu/km/content-535/

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ IP Rating (FAQs)

Q : ตัวเลข IP Rating ยิ่งสูงยิ่งดีเสมอไปหรือไม่ ?

A : ถูกต้องในแง่ของการป้องกัน แต่ในแง่การใช้งานควรเลือกให้เหมาะสม เพราะค่า IP ที่สูงมากมักมาพร้อมกับราคาที่สูงขึ้น เช่น หากติดตั้งภายในสำนักงานทั่วไป การใช้ IP20 ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อซื้อ IP Rating ให้มากขึ้น

Q : ถ้าโคมไฟระบุว่า IP68 เราสามารถนำไปติดตั้งในสระว่ายน้ำได้เลยใช่ไหม ?

A : ควรตรวจสอบรายละเอียดจากผู้ผลิตเพิ่มเติม เพราะ IP68 ของแต่ละแบรนด์อาจมีเงื่อนไขต่างกัน เช่น กันน้ำลึกได้ไม่เกิน 3 เมตร หรือ 5 เมตร และต้องดูเรื่องวัสดุว่าทนต่อคลอรีน หรือน้ำเค็มได้หรือไม่ ประกอบการเลือกซื้อด้วย

Q : มาตรฐาน IP65 กับ IP66 ต่างกันอย่างไรในการใช้งานจริง ?

A : ต่างกันที่แรงดันน้ำ โดย IP65 กันน้ำฉีดแรงดันต่ำ เช่น สายยางรดน้ำ ส่วน IP66 กันน้ำฉีดแรงดันสูง เช่น พายุฝนรุนแรง หรือการใช้หัวฉีดแรงดันสูงทำความสะอาด สำหรับงานกลางแจ้งที่ไม่มีหลังคา IP66 จึงปลอดภัยกว่า

Q : ทำไมโคมไฟกันระเบิดถึงต้องมีค่า IP Rating สูง ?

A : เพราะฝุ่นและความชื้นคือตัวการที่ทำให้เกิดความร้อนสะสม หรือไฟรั่ว ซึ่งในพื้นที่ไวไฟ ฝุ่นเพียงเล็กน้อยที่เข้าไปในโคมอาจทำให้เกิดการระเบิดได้ มาตรฐานที่สูงจึงจะช่วยปิดผนึกโคมไฟให้ปลอดภัยจากสภาพแวดล้อมอันตรายเหล่านี้ได้