การคํานวณแสงสว่างภายในอาคาร พร้อมวิธีอ่านค่าที่ถูกต้อง
สรุปสาระสำคัญ
การออกแบบแสงสว่างภายในอาคารที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากการกำหนดค่าความสว่าง (Lux) ให้ได้ตามมาตรฐานสำหรับแต่ละกิจกรรม ควบคู่ไปกับการพิจารณาปัจจัยทางเทคนิคของโคมไฟ เช่น ความสูงติดตั้ง มุมกระจายแสง ความสม่ำเสมอของแสง รวมถึงการใช้โปรแกรมจำลองเพื่อประเมินผลล่วงหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ลดความล้าในการมองเห็น ให้แต่ละพื้นที่ได้รับแสงที่ปลอดภัย สม่ำเสมอ เป็นไปตามมาตรฐาน
Table of Content
- เข้าใจหลักการพื้นฐานก่อนออกแบบแสงสว่างภายในอาคาร
- การกำหนดเป้าหมายความสว่าง (Lux Requirement) ตามมาตรฐาน
- ปัจจัยสำคัญในการเลือกโคมไฟและการวางตำแหน่ง
- การแสดงค่าในผลการออกแบบแสงสว่างภายในอาคาร จากโปรแกรม DIALUX 4.13
- ตัวอย่างผลการออกแบบจำลองแสงภายในพื้นที่คลังสินค้า ด้วยโปรแกรม Dialux 4.13
- ภาพตัวอย่างการจำลองภาพเสมือนจริง (Simulation)
- การแสดงค่าของผลการออกแบบแสงสว่างภายในอาคาร จากโปรแกรม DIALUX EV
- ตัวอย่างผลการออกแบบจำลองแสงภายในพื้นที่คลังสินค้า ด้วยโปรแกรม Dialux Evo
- ตัวอย่างการออกแบบจำนวนโคมไฟที่ต้องการใช้งานต่อพื้นที่
- ตัวเลือกโคมไฟยอดนิยมสำหรับการออกแบบแสงสว่างภายในอาคาร
แสงสว่างคือปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและกิจกรรมทุกประเภทในอาคาร หากแสงสว่างมีปริมาณมาก หรือน้อยจนเกินไป อาจส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพในการทำงาน สุขภาพการมองเห็น ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์ไม่คาดคิดได้
ด้วยเหตุนี้ “การออกแบบแสงสว่างภายในอาคาร” จึงเป็นกระบวนการที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยไม่ใช่เพียงแค่การติดตั้งหลอดไฟ แต่เป็นการวางแผนอย่างครอบคลุม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะ ซึ่งกระบวนการนี้ต้องอาศัยการคำนวณแสงสว่างภายในอาคารและการพิจารณาปัจจัยทางเทคนิคหลายด้าน โดยจะต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพและปริมาณของแสง การตกกระทบ การสะท้อนระหว่างพื้น ผนัง เพดาน รวมถึงการประหยัดพลังงาน พร้อมเสริมการใช้งานที่ยาวนาน
Bovigaมุ่งมั่นที่จะให้บริการออกแบบแสงสว่าง โดยทีมงานคุณภาพที่มีความรู้ในด้านแสงสว่างโดยเฉพาะและได้รับการอบรมความรู้เพิ่มเติมด้านแสงสว่างตลอดทั้งปี เพื่อให้สามารถออกแบบแสงได้ทั้งภายในและภายนอก ส่งผลให้ได้ค่าความสว่างมาตรฐานตามความต้องการของลูกค้าโดยเฉพาะ พร้อมนำเสนอวิธีออกแบบแสงสว่างภายในอาคารที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้การจำลองภาพเสมือนจริง (Simulation) ของพื้นที่ ด้วยโปรแกรม Dialux 4.13 และ Dialux Evo ในการขึ้นแบบ เพื่อให้สามารถเห็นพื้นที่การใช้งานแสงสว่างได้อย่างชัดเจนก่อนการติดตั้ง
เมื่อได้ทำการจำลองผลลัพธ์แล้ว ผู้ใช้งานมักจะพบกับค่าทางเทคนิคและสัญลักษณ์มากมาย ที่เป็นตัวบ่งบอกค่าความสว่าง และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตำแหน่งในการวางโคมไฟอย่างครอบคลุมในพื้นที่การใช้งาน เพื่อให้ได้ความสว่างที่เหมาะสม หากใครที่กำลังสงสัยว่าแต่ละสัญลักษณ์มีความหมายว่าอย่างไรและจะนำมาประเมินโครงการได้อย่างไร บทความนี้จะเป็นคู่มือที่ช่วยให้เข้าใจหลักการเหล่านี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น !
ตัวอย่าง & คู่มือ ผลการออกแบบแสงสว่างด้วย
เข้าใจหลักการพื้นฐานก่อนออกแบบแสงสว่างภายในอาคาร
ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการคำนวณแสงสว่างภายในอาคารที่ซับซ้อน ผู้ออกแบบต้องกำหนดปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ให้ชัดเจนก่อน
การกำหนดเป้าหมายความสว่าง (Lux Requirement) ตามมาตรฐาน
ความสว่างที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามประเภทของกิจกรรม ตัวอย่างเช่น
- พื้นที่ทำงานทั่วไปเช่น ภายในออฟฟิศ ควรมีค่าความสว่างเฉลี่ย (Eav) ประมาณ 500 Lux
- พื้นที่คลังสินค้าตามทางเดิน หรือพื้นที่จัดเก็บ ควรมีค่าความสว่างเฉลี่ยประมาณ 200 - 300 Lux
- พื้นที่ที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ห้องปฏิบัติการ อาจต้องใช้สูงถึง 750 - 1,000 Lux
การอ้างอิงมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรฐานกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือ IES (Illuminating Engineering Society) ถือเป็นขั้นตอนแรกของการออกแบบแสงสว่างภายในอาคารที่ถูกต้อง
ปัจจัยสำคัญในการเลือกโคมไฟและการวางตำแหน่ง
การออกแบบแสงสว่างที่ประสบความสำเร็จ ต้องพิจารณาคุณสมบัติทางกายภาพและเชิงเทคนิคของโคมไฟและพื้นที่ติดตั้งอย่างรอบด้าน เช่น
- การกำหนดระยะความสูงของการติดตั้ง (Mounting Height)ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ เนื่องจากมีผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณความสว่าง (Lux) และความสม่ำเสมอของแสง (Uo) หากติดตั้งโคมไฟสูง ก็สามารถเว้นระยะห่างระหว่างโคมไฟได้กว้างขึ้น เพื่อให้แสงเกิดการซ้อนทับและกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ
- มุมกระจายแสง (Beam Angle) ซึ่งคือมุมที่แสงจากโคมไฟกระจายออกไป โดยต้องสอดคล้องกับ Mounting Height และขนาดพื้นที่ เช่น Narrow Beam Angle (มุมแคบ 30° - 60°) จะเหมาะสำหรับพื้นที่ติดตั้งสูง หรือต้องการเน้นแสงเฉพาะจุด ส่วน Wide Beam Angle (มุมกว้าง 90° - 120°) จะเหมาะสำหรับพื้นที่ติดตั้งต่ำ หรือต้องการแสงสว่างสม่ำเสมอทั่วพื้นที่
ค่าต่าง ๆ ในผลการออกแบบแสงสว่างภายในอาคารจากโปรแกรม DIALUX 4.13


ตัวอย่างผลการออกแบบจำลองแสงภายในพื้นที่คลังสินค้า ด้วยโปรแกรม Dialux 4.13
|
LED High Bay 200W Series 8 ,BOX BRIGHT |
รุ่นและแบรนด์ของโคมไฟที่ใช้ EX : LED HIGH BAY รุ่น SERIES 8 แบรนด์ BOX BRIGHT |
|
Beam Angle : 120 Degree |
มุมองศาของโคมไฟที่ใช้ |
|
Mounting Height : 9 m |
ระยะความสูงของการติดตั้ง |
|
Lux Requirement : 200 lux |
ความสว่างเฉลี่ยของพื้นที่ที่ต้องการ |


- Eav (Average Illuminance, lx) : ความส่องสว่างเฉลี่ยของพื้นที่การใช้งาน โดยความสว่างขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของพื้นที่ และการใช้งาน
- Emax (Maximum Illuminance, lx): ความส่องสว่างที่มากที่สุดบนพื้นผิว หรือจุดที่มีแสงเข้มที่สุด
- Emin (Minimum Illuminance, lx) : ความส่องสว่างที่น้อยที่สุดบนพื้นผิว
- Uo(Uniformity) : ความสม่ำเสมอของความส่องสว่าง(อัตราส่วนระหว่างความส่องสว่างต่ำสุดบนพื้นผิวต่อความส่องสว่างเฉลี่ยบนพื้นผิว
- 𝞺 [%] : ค่าเปอร์เซ็นต์การสะท้อนของแสงที่สะท้อนจากพื้นผิว/แสงที่ตกกระทบพื้นผิว

ภาพตัวอย่างการจำลองภาพเสมือนจริง (Simulation)
- ภาพพื้นที่จากการออกแบบแสงสว่างจะเห็นจำนวนโคมไฟและความสว่างของพื้นที่การใช้งานในรูปแบบ 3 มิติ เพื่อเสริมให้สามารถเข้าใจและเห็นภาพรวมของการออกแบบแสงสว่างได้ง่ายมากขึ้น
- สีแสดงระดับความเข้มและปริมาณของแสง โดยจะเห็นระดับความเข้มและปริมาณของแสงภายในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบจากตารางสีที่กำหนดค่าความสว่างจะเห็นได้ว่าในส่วนพื้นที่ที่มีการใช้งานควรเน้นเป็นสีขาวเป็นหลัก ซึ่งเป็นสีที่มีค่าความสว่างมากที่สุด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถมองเห็นชัดเจนได้ตลอดการทำงาน

การแสดงค่าในผลการออกแบบแสงสว่างภายในอาคาร จากโปรแกรม DIALUX EVO


ตัวอย่างผลการออกแบบจำลองแสง ภายในพื้นที่คลังสินค้า ด้วยโปรแกรม Dialux Evo
| LED High Bay 100W Series S1A, Light Power |
รุ่นและแบรนด์ของโคมไฟที่ใช้ EX : LED HIGH BAY รุ่น SERIES S1A แบรนด์Light Power |
| Beam Angle : 90 DEG | มุมองศาของโคมไฟที่ใช้ |
| Mounting Height : 6 m | ระยะความสูงของการติดตั้ง |

| Ground area | ขนาดพื้นที่ |
| Reflection factors | ค่าการสะท้อนแสงของพื้นผิว |
| Clearance height | ระยะความสูงของพื้นที่ |
| Mounting height | ความสูงของการติดตั้ง |
| Height Working plane | ความสูงของระนาบการใช้งานจากพื้น |
| Wall zonep Working plane |
ระยะห่างจากผนังของระนาบการใช้งาน |
ตัวอย่างการออกแบบจำนวนโคมไฟที่ต้องการใช้งานต่อพื้นที่

| Type |
Line arrangement ขนาดพื้นที่ |
![]() |
| 1st luminaire (X/Y/Z) | 13.241 m / 10.405 m / 6.000 m พิกัด x/y/z ของโคมไฟตัวแรกในแถว |
![]() |
| X -direction | 7 pcs., Center - center, 5.000 m ระยะความสูงของพื้นที่ |
![]() |
| Arrangement | A1 | ชื่อ(สัญลักษณ์ของแถวที่ถูกกำหนดใน layout plan ) |

ตัวเลือกโคมไฟยอดนิยมสำหรับการออกแบบแสงสว่างภายในอาคาร
เพื่อสนับสนุนการออกแบบแสงสว่างภายในอาคารที่มีประสิทธิภาพและตรงตามมาตรฐาน โคมไฟต่อไปนี้มักเป็นที่นิยมและถูกใช้ในการจำลองด้วยโปรแกรมบ่อยครั้ง
- โคมพาแนลติดลอย (LED Surface Panel Light) : เป็นโคมไฟที่ติดตั้งแบบติดลอย เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความสว่างสม่ำเสมอในระดับต่ำถึงปานกลาง เช่น ทางเดิน ออฟฟิศขนาดเล็ก หรือพื้นที่ที่ไม่มีฝ้าเพดาน (Open Ceiling) โดยโคมพาแนลติดลอยมักมีแสงที่นุ่มนวลและให้ความสม่ำเสมอของความส่องสว่างที่ดี
- โคมไฟเพดานแบบยาว (LED Batten Light / Linear Light) : เป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับพื้นที่ทำงานที่ยาวต่อเนื่อง เช่น โต๊ะทำงานในออฟฟิศ หรือพื้นที่โรงงาน โดยโคมไฟเพดานแบบยาวจะช่วยให้การกระจายแสงเป็นเส้นตรงยาว ลดเงา และช่วยในการควบคุม UGR (ค่าแสงแยงตา) ได้ดีเมื่อเทียบกับโคมไฟทั่วไป
- หลอดไฟ LED T8 : เป็นทางเลือกประหยัดพลังงานเพื่อใช้ทดแทนหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบเดิม โดยหลอดไฟ LED T8 ถูกใช้เป็นส่วนประกอบหลักในโคมตะแกรง (Grille Luminaire) หรือโคมแบบฝังฝ้า ซึ่งเป็นที่นิยมในอาคารสำนักงานและพื้นที่เชิงพาณิชย์ ด้วยประสิทธิภาพที่สูงและอายุการใช้งานที่ยาวนาน เป็นตัวเลือกที่ดีในการลดกำลังไฟฟ้าต่อพื้นที่
คุณภาพของแสงสว่างส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน แสงที่เหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดความผิดพลาด ยกระดับความพึงพอใจของผู้ใช้งานอย่างเห็นได้ชัด ตรงกันข้ามหากแสงไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจเป็นสาเหตุหลักของอาการล้าทางสายตา ลดทอนคุณภาพการทำงาน
หากต้องการออกแบบแสงสว่างภายในอาคารBovigaพร้อมให้บริการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจทั้งหลักการคำนวณแสงสว่างภายในอาคาร การวิเคราะห์ค่าทางเทคนิค ไปจนถึงการจำลองด้วยโปรแกรม เพื่อให้ได้ค่ามาตรฐานที่ถูกต้องและแม่นยำ ให้ทุกพื้นที่ได้รับแสงสว่างที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน
พร้อมแล้วหรือยังที่จะยกระดับพื้นที่ให้ได้มาตรฐาน ? ติดต่อ Boviga วันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาและบริการจำลองแสงสว่างอย่างผู้เชี่ยวชาญได้ผ่านทาง LINE ID: @bovigaหรือโทร. 02-114-3656
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออกแบบแสงสว่างภายในอาคาร (FAQs)
Q : การออกแบบแสงสว่างภายในอาคารคืออะไร ต่างจากการติดตั้งหลอดไฟทั่วไปอย่างไร ?
A: การออกแบบแสงสว่างภายในอาคารคือกระบวนการวางแผนและคำนวณอย่างครอบคลุม เพื่อให้ได้คุณภาพและปริมาณแสงที่เหมาะสมตามมาตรฐานของพื้นที่และกิจกรรมภายใน โดยใช้หลักการทางวิศวกรรม ซึ่งแตกต่างจากการติดตั้งหลอดไฟทั่วไปที่เน้นเพียงความสว่างในเบื้องต้น
Q : ทำไมต้องคำนวณแสงสว่างก่อนออกแบบภายในอาคาร ?
A : การออกแบบแสงสว่างอย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดความผิดพลาด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน นอกจากนี้ยังทำให้สามารถตรวจสอบชิ้นงานได้อย่างแม่นยำตามมาตรฐานอุตสาหกรรม
Q : Mounting Height (ความสูงในการติดตั้ง) มีผลต่อการเลือก Beam Angle อย่างไร ?
A : มีผลโดยตรง หากความสูงในการติดตั้ง Mounting Height สูงมาก เช่น คลังสินค้า ควรเลือก Narrow Beam Angle (มุมแคบ) เพื่อให้แสงเดินทางไปถึงพื้นได้โดยไม่สูญเสียความสว่างมากเกินไป ในขณะที่พื้นที่ติดตั้งต่ำควรเลือก Wide Beam Angle (มุมกว้าง) เพื่อเพิ่มความสม่ำเสมอ
Q : สีของผนังและพื้นมีผลต่อผลลัพธ์การคำนวณแสงสว่างหรือไม่ ?
A : มีผลอย่างมาก สีอ่อน เช่น ขาว หรือสีพาสเทล จะมีค่า Reflection Factors สูง ทำให้แสงสะท้อนได้ดี ช่วยเพิ่มความสว่างโดยรวม และอาจช่วยลดจำนวนโคมไฟที่ต้องใช้ในการออกแบบ



