อัปเกรดสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ สู่มาตรฐาน Class II จาก 2000W เป็นโคมไฟสปอร์ตไลท์ LED 800W ประหยัดไฟหลายเท่า
การออกแบบแสงสว่างสำหรับสนามฟุตบอล ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการทำให้สนาม "สว่าง" เท่านั้น แต่ต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึกในเรื่องของความสม่ำเสมอของแสง (Uniformity), การกระจายแสง (Light Distribution), ความเข้มของแสง (Illuminance), และการควบคุมแสงแยงตา (Glare Control) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้เล่น และน่าชมสำหรับผู้ชม
ในขณะเดียวกัน สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ "การประหยัดพลังงาน" สนามฟุตบอลขนาดใหญ่ใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมหาศาลในการเปิดใช้งานไฟส่องสว่างแต่ละครั้ง การเลือกใช้โคมไฟที่มีประสิทธิภาพสูง และออกแบบระบบแสงสว่างอย่างชาญฉลาด จึงไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว แต่ยังเป็นการสนับสนุนแนวทางการพัฒนาสนามกีฬาอย่างยั่งยืนในอนาคต

ตัวอย่างโครงการปรับปรุงระบบไฟส่องสว่าง ของสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ เป้าหมายของโครงการนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโคมไฟเก่าเท่านั้น แต่คือการ ยกระดับสนามให้ได้มาตรฐานการแข่งขันระดับ Class II ซึ่งต้องใช้การออกแบบแสงอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้ทั้งคุณภาพแสงที่เหมาะสม และการประหยัดพลังงานในระยะยาว

เดิมที สนามนี้ติดตั้งโคมไฟชนิด HID กำลัง 2000W จำนวน 12 โคมต่อเสา รวมทั้งหมด 48 โคม ซึ่งใช้งานมาเป็นเวลาหลายปี และเริ่มมีปัญหาค่าไฟฟ้าสูง ประสิทธิภาพแสงลดลง และต้องการการบำรุงรักษาบ่อยครั้ง
เริ่มต้นวางแผน: "จะเปลี่ยนเป็น LED แบบไหน?"
การเปลี่ยนมาใช้โคมไฟ LED จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้ แต่การเลือกโคมไฟที่ "ใช่" ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีข้อจำกัดหลายอย่างที่ต้องคำนึงถึง:
- ขนาดโคมไฟต้องใกล้เคียงของเดิม เพื่อไม่กระทบโครงสร้างเสา
- น้ำหนักต้องไม่เพิ่มขึ้นเกินมาตรฐานที่เสารับได้
- แสงต้องกระจายตัวได้ดีพอสำหรับสนามระดับแข่งขัน
- พลังงานอย่างมีนัยสำคัญ
หลังจากวิเคราะห์และเปรียบเทียบโคมไฟหลายรุ่น เราตัดสินใจเลือกใช้ โคมไฟสปอร์ตไลท์ LED รุ่น Type2A | LIGHT POWER ขนาด 800W
โคมไฟสปอร์ตไลท์ ( LED FLOOD LIGHT ) รุ่น Type2A แบรนด์ LIGHT POWER

เหตุผลสำคัญคือ รุ่นนี้มีขนาดหน้ากว้างใกล้เคียงโคม HID เดิมมากที่สุด ทำให้สามารถติดตั้งเข้ากับโครงยึดเดิมได้โดยไม่ต้องปรับแต่ง
และนอกจากนี้ ยังมีมุมกระจายแสงหลากหลาย สามารถเลือกเลนส์กระจายแสงสำหรับการออกแบบสนามฟุตบอลได้อย่างเหมาะสม

ทำไมการออกแบบแสงสว่างสนามฟุตบอลจึงสำคัญ?
การออกแบบแสงสว่างสนามฟุตบอลไม่ใช่แค่เรื่อง "ความสว่าง" แต่ต้องพิจารณาเรื่อง
- ความสม่ำเสมอของแสง (Uniformity)
- ความเข้มของแสง (Lux Level)
- อุณหภูมิสี (CCT) และค่าความถูกต้องของสี (CRI)
- การป้องกันแสงแยงตา (Glare Control)
- ความประหยัดพลังงานและความคุ้มค่าในระยะยาว
เนื่องจากตำแหน่งเสาเดิมที่ติดตั้งของสนามนี้ มีความไม่สมมาตร ทำให้การจำลองแสงค่อนข้างมีความยาก แต่ด้วยประสบการณ์ของ Boviga Lighting เราเข้าใจและออกแบบทุกสนามด้วยมาตรฐานสูงสุด เพื่อให้ลูกค้าได้รับแสงสว่างที่สมบูรณ์แบบและคุ้มค่าที่สุด
ผลลัพธ์หลังติดตั้ง
เมื่อไฟทั้งหมดถูกเปิดขึ้นครั้งแรกหลังการติดตั้ง ความแตกต่างนั้นเห็นได้ชัดเจน:
- สนามสว่างทั่วถึงทุกมุม
- ลดการเกิดแสงแยงตา (glare) ที่รบกวนสายตาผู้เล่น
- แสงมีความสม่ำเสมอ ช่วยให้การเล่นฟุตบอลในช่วงกลางคืนเป็นไปอย่างราบรื่น
- ค่าไฟฟ้าคาดว่าจะลดลงกว่า 60% เมื่อเทียบกับระบบเดิม
นอกจากเรื่องประสิทธิภาพแสงที่ดีขึ้นแล้ว สิ่งหนึ่งที่สนามแห่งนี้ได้กลับคืนมาโดยไม่ต้องลงทุนก่อสร้างเพิ่ม คือ การใช้ประโยชน์จากโครงสร้างเสาไฟเดิมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ







